…..ประสบการณ์หน้าพัง!! สู่วันที่ “ป้องกัน” สิวขึ้นได้ทุกจุด…(รักษาตนเองด้วยธรรมชาติบำบัด)

 cats

สิวหายได้ ถ้าฟังเสียงร่างกายให้เป็น
……………………………………………………..

 สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ชื่ออ้อค่ะ ยินดีด้วยกับทุกคนทั้งที่หลงและทั้งที่ตั้งใจเข้ามาในบล็อกนี้ เพราะนั่นหมายถึงคุณกำลังจะได้รู้จัก “สิว” ในระดับที่ลึกขึ้นกลับไปอย่างแน่นอน

.

.

ก่อนเป็นสิว

อ้อเป็นผู้หญิงทั่วๆไปคนหนึ่งที่อยากมีใบหน้าสวยใส ไร้สิว เนื่องจากช่วงวัยรุ่นจะชอบมีสิวขึ้นประปราย ตามฮอร์โมน ความเครียดและอาหาร ตอนนั้นพบว่าตัวเองเป็นสิวเรื้อรังมาตลอด ขึ้นๆยุบๆวนกันไป เพราะไม่เคยรู้เลยว่าลำไส้ของตัวเองสกปรก ตั้งแต่เด็กๆมาเลยถ่ายไปเป็นเวลา บางทีก็ไม่ถ่ายติดกันสามสี่วัน

.

.

               วิธีแก้ก็คือ ไปหาซื้อมาส์กหน้าที่เค้าโฆษณาว่า พอกทิ้งไว้แล้วสิวจะยุบข้ามคืน…..มีเลขจดแจ้ง มีดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์ คนใช้กันตรึม (ขอสงวนชื่อเพราะปัจจุบันก็หายไปจากวงการแล้ว) ปรากฏว่าพอพอกข้ามคืน มันก็ยุบจริงๆหน้าใสกิ้ก รูขุมขนแทบไม่มีเลย (ดูได้จากภาพ)

DSC01682

                                                   cats.jpg

หลังจากสามเดือนผ่านไป พูดเลยว่า พัง!!

IMG_0673.JPG

สิวเห่อเต็มหน้า ตอนแรกเป็นผดๆที่ระหว่างคิ้วก่อน จากนั้นจะกลายเป็นสิวอักเสบสีแดง กระจุกตัวกันอยู่ในบริเวณที่เราพอกครีมหนาๆ ซึ่งคนแพ้สารปรอท สารสเตียรอยด์ในเครื่องสำอางจะรู้ดี ตอนนั้นเซ็งมากเพราะเราก็คิดว่าเราดูดีแล้ว…หลังจากนั้นก็พักหน้ายาวๆเลย

.

.

           ซึ่งนอกจากสาเหตุของการเป็นสิวที่แท้จริง(ลำไส้สกปรก)จะไม่ได้ถูกสนใจ ยังไปเพิ่มปัญหาให้ใบหน้าอีก ผิวเริ่มบอบบาง แพ้ง่าย จึงเป็นที่มาของการพักเครื่องสำอางที่มีสารเคมีตั้งแต่นั้น……….

.

.

หลังจากพักหน้า 1 ปี สิวอักเสบลดลงแต่ยังเป็นสิวเรื้อรังไม่หายขาด

.

               ตอนนั้นเริ่มปลงเรื่องสิว เพราะเรามั่นใจว่าเราไม่ได้ใช้ครีมอะไรอันตรายอีก แต่ทำอย่างไรสิวอักเสบก็ไม่หายขาด หน้าหมองๆ มีสิวที่หน้าผากเสมอ บางทีเป็นไขมันอุดตันเล็กๆเต็มไปหมด ช่วงนั้นเทรนด์สุขภาพกำลังมาเลยอยากออกกำลังกาย อยากมีหุ่นดี สุขภาพดีเผื่อสิวจะหาย ปรากฏว่าทำไปสักพักรู้สึกว่าตัวเองสุขภาพดีขึ้น กระปรี้กระเปร่า เลยทานอาหารคลีนควบคู่ด้วยตั้งแต่ปี 2014 แต่ทำอย่างไรสิวก็ไม่หายไปสักที เพราะตอนนั้นเน้นโปรตีนเยอะ เช่น ไก่ ไข่ นม อาหารต่างๆที่กินไม่ทำให้กล้ามเนื้อลีบเวลาออกกำลังกายเยอะๆ เเต่ถึงเเม้ว่าจะกินคลีน ก็ยังเป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการทั้งนั้น เช่น ขนมปัง(แม้จะโฮลวีต) วุ้นเส้น แผ่นแป้งตอติย่า โยเกิร์ต ถั่วลิสงถั่วต่างๆที่อบเกลือ เป็นต้น

.

ไปทำงานต่างประเทศ 3 เดือน(สหรัฐอเมริกา)

อยู่ที่นู่นเรื่องอาหารสุขภาพลืมไปได้เลย มีเเต่ฟาสฟู้ดเเละอาหารที่มีไขมัน เค็มเเละน้ำตาลสูงมาก ห้ามใจไม่ค่อยอยู่เพราะคุ้กกี้ถุงใหญ่ๆราคาถูกกว่าผลไม้ T^T เศร้าใจ…

พอกลับมาไทยได้ 3 เดือน สิวเห่อหนักมาก…

 

เห่อขึ้นถึงขนาดที่เพื่อนบางคนทักว่า…. “เห้ย…ไปทำอะไรมาวะ หน้าดำเชียว…”

เดินเข้าวัตสันจะไปซื้อแค่สบู่ พี่พนักงานคนขายทักขึ้นเลยทันทีว่า

“น้องมองหาตัวรักษาสิวอยู่ใช่มั้ยคะ” แหะๆ เปล่าคะ หนูมาซื้อสบู่……….

จุดเปลี่ยน

.
มีโอกาสได้รู้จักกับนักธรรมชาติบำบัดเเละทำงานกับเขาตั้งเเต่ก่อนไปต่างประเทศ (ตอนนั้นยังไม่สำนึก) เขาสอนว่า อวัยวะภายในของร่างกายเราทำงานหนักมาตลอด คิดดูว่าเรากินอะไรเข้าไปบ้างในแต่ละวัน เช่น ของมัน ของทอด อาหารฟาสต์ฟู้ดทั้งหลาย แป้ง น้ำตาล ชา กาแฟ แอลกอฮอล์ อวัยวะเราไม่มีโอกาสได้ถูกล้างทำความสะอาดเลย มันเลยตกค้าง ก่อโรค

 .

.

        “ลองนึกถึงหม้อหุงข้าวที่ไม่ได้ล้าง หุงข้าวติดกันสักสิบวันยังมีเศษข้าวแข็งๆติดอยู่จนล้างไม่ออก ต้องแช่น้ำเป็นวัน นึกถึงสภาพลำไส้และอวัยวะอื่นๆภายในร่างกายของเรา นับสิบๆปีไม่เคยเว้นว่างจากอาหารไม่มีประโยชน์ นับสิบปีที่ไม่เคยได้รับการทำความสะอาด”

.

.

พอเริ่มมีความเข้าใจบ้าง

.

         หลังจากนั้นก็หันมาทานอาหารสุขภาพมากขึ้น ทานผลไม้เยอะขึ้น

.IMG_2530

IMG_6562.JPG

 .

******ใบหน้าเรามีเส้นลมปราณเชื่อมต่อกับอวัยวะภายในร่างกายทุกส่วน เมื่อร่าวกายดีท็อกส์ตัวเอง ทำให้สารพิษโดนขับออกมาอยู่ในเลือด เลือดก็ไหลเวียนไปทั่ว เเละหน้าคือจุดบอบบาง

ดังนั้นสิวขึ้นตรงไหนเราสามารถที่จะบอกได้เลยว่าอวัยวะใดของเรามีปัญหาบ้าง! (ร่างกายของเรามันสุดยอดไปเลย)

.

IMG_3108.JPG

มีโอกาสรู้จักคุณครูที่สอนให้รักษาสิวเเนวอายุรเวช จึงตัดสินใจดีท็อกส์….

เริ่มดีท็อกส์

fit-1905733_960_720

1. ด้วยการทานน้ำปั่นผลไม้อย่างน้อยวันละ 2 เเก้ว (ตามสูตรที่มีในเพจ Beyond The Fit With Aor)

2.ทานผงสกัดผลไม้เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดีท็อกส์ให้เป็นช่วงเวลาที่สั้นลง ลดความบอบช้ำของใบหน้าที่กำลังอ่อนเเออย่างหนัก เป็นเเบบออเเกนิคที่รู้จักกับผู้ผลิต

(ภาพประกอบคือภาพแรกนี้เลย…ขนาดแต่งหน้าเเล้ว โปะคอนซีลเลอร์แล้วด้วยบางๆ)

IMG_1737

IMG_1721.JPG

.
Dec 2016
แต่ด้วยความอดทน อดทน และอดทน
เรามาดูพัฒนาการกันดีกว่าเนอะ

IMG_9202

Dec 2016

IMG_1530

Dec 2016
AGBT2330

Jan 2017 (ตอนนี้ดีท็อกส์ลำไส้ สิวแนวลำไส้เห็นชัดมากๆ)

IMG_1189
Jan 2017 (ขนาดแต่งหน้าแล้วนะ)

IMG_1111
Feb 2017 (ช่วงดีท็อกส์ตับ จะมีสิวที่ระหว่างคิ้วเม็ดโตด้วย)

IMG_2864
ออกกำลังกายกันเถอะ ช่วยร่างกายดีท็อกส์อีกแรง (Feb 2017)

IMG_0778
ไปเที่ยวบ้างไรบ้าง

IMG_3768
สิวอักเสบเริ่มยุบ เย้ๆ (March 2017)

IMG_2728
รักษารอยกันต่อไป 🙂 (April 2017)

IMG_3492

จางๆเเล้ว (April 2017)

IMG_3803

13 April 2017

(ไปปฏิบัติธรรม 3 วันช่วงสงกรานต์….

ไม่เกี่ยวกับสิวเเต่อยากให้เห็นว่าจิตใจที่สงบ ทำให้เรามองทุกปัญหาเป็นเรื่องกระจิ๋วหลิว)

IMG_382616 April 2017

DKSD7734.jpeg

20 April 2017

 

11.jpg

30 May 2017

IMG_6772.JPG

9 July 2017

จบท้ายด้วยภาพนี้ 🙂

***กล่าวโดยสรุป สาเหตุสิวเรื้อรังของอ้อมีสาเหตุหลักๆ คือ

  1. 4 ปีที่เเล้วเคยเเพ้เครื่องสำอางค์ที่มีสารสเตียรอยด์ ใช้อยู่ประมาณ 3 เดือนเเล้วเลิก ตั้งเเต่นั้นมาผิวบอบบางมาโดยตลอด ใช้อะไรก็เเพ้ไปหมดเลย
  2. ลำไส้สกปรก มีปัญหาเรื่องขับถ่ายตั้งเเต่จำความได้ ไม่ชอบเข้าห้องน้ำ ลำไส้สกปรก เส้นลมปราณที่ตัดผ่านใบหน้าจะบอกตำเเหน่งสิวบริเวณหน้าผากเเละกรอบหน้า (ซึ่งจะมาอธิบายรายละเอียดให้ฟังในโพสถัดๆไป) ในภาษาหมอเขาเรียกว่าภาวะ Leaky Gut หรือลำไส้รั่ว
  3. ตับทำงานหนัก มีสาเหตุมาจากความเครียด นอนไม่ค่อยหลับ
  4. ฮอร์โมนไม่สมดุล มักมีปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ รอบเดือนเกิน 28 วันเสมอ บางครั้งนานถึง 2 เดือน คาดเดาไม่ได้

ผลกระทบที่เห็นชัด

  1. เป็นสิวเรื้อรังมาตลอด สิวอักเสบเม็ดเเดงๆโตๆ ไม่เคยห่างจากสิวเลย
  2. หน้าชอบเป็นผด สิวอุดตันหัวสีขาว
  3. ผิวหน้าหมองคล้ำ เเต่งหน้าไม่ติด

.

วิธีรักษาโดยย่อ

  1. เปลี่ยนผลิตภัณฑ์เคมียกเซตมาเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ (เป้นสิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างเเรกเพื่อไม่เพิ่มปัญหาสิว เเต่นี่ยังไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุ เป็นการเเก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น)
  2. ดีท็อกส์ (เรื่องนี้จะอธิบายอย่างละเอียดในโพสถัดไป) ซึ่งเป็นการรักษาสิวเเบบถอนรากถอนโคน อ้อเอาตัวเองเป็นคนทดลอง ตอนนี้ใช้เวลา6เดือนเเล้ว เหลืออีก 6 เดือนที่ยังต้องไปต่อเพราะให้เวลาตัวเอง 1 ปีในการรักษาสิวเเบบถึงต้นตอ (เเอดไลน์มาปรึกษาอ้อถึงวิธี ผลิตภัณฑ์ที่อ้อใช้ได้ที่ http://line.me/ti/p/3XTF_u2hlC ) อ้อไม่หวงความรู้เเต่อยากให้ปรึกษาก่อนไปทำเอง เพราะหลายคนขาดความรู้ความเข้าใจ พอไปทำเองก็ไม่ได้ผล
  3. ออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเลือกชนิดที่ช่วยดีท็อกส์ เช่น   โยคะ (การฝึกหายใจช่วยให้เซลล์ทำงานได้ดีขึ้น)  ชี่กง (การยืด บิดตัวช่วยให้อวัยวะมีโอกาสสะบัดสารพิษทิ้ง มองภาพไม่ออกนึกถึงเวลาเราขยำฟองน้ำล้างจานเพื่อเอาน้ำชุ่มๆออก)
  4. อบตัวสมุนไพรบ่อยๆ ใครอยู่ไกลที่อบสมุนไพรลองหาวิธีในเน็ตเเบบ DIY ดูนะคะ
  5. ถ้าเป็นไปได้งดทานอาหารสามอย่างนี้ให้ได้มากที่สุด คือ เนื้อ นม ไข่ (ทำเท่าที่ตนเองทำได้ค่ะ เพราะมันมีผลเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก) #หลายคนไม่เชื่อเลย พอให้ลองงดเนื้อ 7 วันเท่านั้นเเหละ สิวอักเสบหัวเเดงๆยุบภายในข้ามคืน เนื้อมีความเป็นกรด สิวอักเสบคือการที่ร่างกายร้อนจากการมีกรดในตัวมากเกินไป
  6. ใช้มาส์กหน้าดูดซับสารพิษ Thai Spa Facial เพื่อดูดซับสเตียรอยด์ตกค้าง พร้อมคืนความชุ่มชื่นให้กับผิวที่ขาดน้ำ เเห้ง ก่อให้เกิดการอักเสบเป็นอย่างมากเพราะผิวอ่อนเเอ

5ข้อนี้ทำให้ได้ หมายความว่าคุณเข้าใกล้การรักษามากขึ้นอีกสเต็ปนึงเเล้วค่ะ 😉

ถึงเเม้ว่าวันนี้อ้อจะยังไม่หายดี เเต่ก็พอจะให้คำเเนะนำได้ ยินดีให้คำปรึกษาทุกคนนะ เพราะเรารู้ว่าบางคนพยายามมาหลายวิธีเเล้วเเต่ก็ไม่เห็นผล ลองเปิดใจให้ธรรมชาติบำบัดดูนะคะ 🙂

อ้อ บียอนเดอะฟิต

ให้คำเเนะนำด้วยใจ เเอดไลน์มาที่นี่>> http://line.me/ti/p/3XTF_u2hlC

 

ขั้นตอนอย่างละเอียดเมื่อตัดสินใจรักษาสิวนิวอายุรเวช

สิวคืออะไร ไขความลับที่ไม่มีใครเคยบอกคุณ

ล้างหน้าอย่างไรให้สะอาด ขั้นตอนเเรกก่อนไปรักษาสิวด้วยวิธีอื่นๆ

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รักษาสิว(Organic Based)

สินค้าออเเกนิคที่อ้อเลือกใช้ช่วงรักษาสิว

รักษาสิวระยะสั้น VS รักษาสิวระยะยาว หายถาวร เเนวอายุรเวช

 

Read More

เราควรรู้จักสิ่งนี้มานานเเล้ว!!! “น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ล”

น้ำส้มสายชูหมักจากเเอปเปิ้ล

แอปเปิ้ลไซเดอร์ หรือ น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์วีนีการ์ (อ่านว่า เวเนการ์ หรือ เวนิการ์ ก็ได้) (Apple Cider Vinegar หรือ ACV) คือ น้ำส้มสายชูที่เกิดจากหมักแอปเปิ้ลสด (น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล) ด้วยการนำมาบดและปล่อยให้เกิดการหมักตัวในถังไม้ โดยไม่ผ่านกระบวนการความร้อนและการคัดกรอง จึงยังคงเอนไซม์และแร่ธาตุจากธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วน มีคุณสมบัติเป็นกรดสูง มีรสเปรี้ยวจัด มีสีเหลืองคล้ายน้ำชา มีเส้นใยบาง ๆ ลอยอยู่ มีความเป็นกรดประมาณ 5% (Acetic Acid) มีส่วนประกอบของธาตุโพแทสเซียมสูง

การเลือกซื้อและการเก็บรักษาแอปเปิ้ลไซเดอร์เวนิกา : ควรเลือกซื้อน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ที่บรรจุในขวดแก้ว มีฉลากระบุแหล่งที่ผลิตอย่างชัดเจน มีเครื่องหมาย อย. หรือ เครื่องหมายรับรองคุณภาพ มอก. ดูวันหมดอายุร่วมด้วย ยิ่งใหม่ยิ่งคงคุณค่า หลังจากเปิดใช้แล้วให้ปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ในอุณหภูมิห้องในที่แห้งและมืด เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาและป้องกันการระเหย

วิธีกินแอปเปิ้ลไซเดอร์เวนิกา : ให้เขย่าขวดก่อนเพื่อให้เส้นใยฟุ้งขึ้นมา หลังจากนั้นให้เทน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำผึ้งอีก 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำอุ่นเต็มแก้ว แล้วคนให้เข้ากัน ดื่มหลังตื่นนอนตอนเช้าหรือก่อนอาหารเช้า กลางวัน และเย็นประมาณ 30 นาที สำหรับมือใหม่ที่ทดลองดื่มในช่วงแรกอาจจะรู้สึกว่ามันดื่มยากเพราะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว (โดยเฉพาะตอนเรอ) แต่ถ้าทนได้ ดื่มไปเรื่อย ๆ ก็จะชินเอง (คนข้าง ๆ อาจไม่ชินก็ได้ ! ) 

ประโยชน์ของแอปเปิ้ลไซเดอร์

  1. แอปเปิ้ลไซเดอร์โพแทสเซียมช่วยในการแบ่งเซลล์ หากขาดแร่ธาตุนี้จะมีผลทำให้ร่างกายมีอาการผิดปกติ เช่น ผมร่วง ผมหงอก ร่างกายเติบโตช้า และแก่เกินวัย เป็นต้น
  2. ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้เซลล์และหลอดเลือดแดง (โพแทสเซียม)
  3. ช่วยชะลอความแก่ คงความหนุ่มสาว
  4. ช่วยแก้อาการอ่อนเพลียของร่างกายหลังออกกำลังกาย
  5. ช่วยทำให้ระบบหายใจทำงานดีขึ้น
  6. ช่วยทำให้ความจำดีขึ้น
  7. ประโยชน์แอปเปิ้ลไซเดอร์ช่วยลดความดันโลหิตและโรคหัวใจ
  8. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดของหนูทดลองได้ แต่สำหรับคนยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ
  9. มีงานวิจัยชี้ว่าน้ำส้มสายชูอาจช่วยกำจัดหรือชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และยังพบว่าช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งหลอดอาหาร แต่มีอีกผลงานวิจัยกลับพบว่ามันอาจจะไปเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะแทน
  10. มีส่วนช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ และช่วยลดการติดเชื้อ ลดพิษจากอาหารที่รับประทานเข้าไป
  11. ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
  12. ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้และหอบหืด
  13. ช่วยแก้หวัด แก้เสมหะ และแก้ไซนัส ด้วยการผสมน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำ 1 ถ้วยในกระทะ แล้วต้มให้เดือดจนเริ่มมีไอระเหยแล้วค่อยปิดไฟ หลังจากนั้นให้นำผ้ามาคลุมศีรษะแล้วก้มหน้าลงใกล้ ๆ กระทะเพื่อสูดหายใจเข้าลึก ๆ
  14. ช่วยแก้อาการเจ็บคอ คันคอ ด้วยการใช้น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำ 1 แก้ว แล้วนำมากลั้วคอบ่อย ๆ ทุก ๆ 1 ชั่วโมง
  15. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร ด้วยสูตรส่วนผสมแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1/3 ช้อนชาผสมกับน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ ดื่มก่อนอาหาร 5-10 นาที (อมไว้ในปากประมาณ 5 วินาทีก่อนกลืน)
  16. ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
  17. ช่วยบรรเทาอาการอาหารเป็นพิษ ด้วยการใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ช้อนชาในน้ำ 1 แก้ว จิบดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชา ทุก ๆ 5 นาที
  18. ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่วและการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ
  19. ช่วยบรรเทา ลดอาการปวดของโรคข้อต่าง ๆ โดยใช้น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ 1 ส่วน แอปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ส่วนผสมกัน แล้วนำมานวดบริเวณที่ปวดวันละครั้งหรือสองวันครั้ง
  20. ช่วยแก้โรคคัน รักษาโรคผิวหนัง
  21. ช่วยปรับระดับความเป็นกรด-ด่างในร่างกายให้สมดุล
  22. ในต่างประเทศถือว่าแอปเปิ้ลไซเดอร์เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ช่วยล้างพิษในร่างกายได้
  23. ใช้แช่ผักที่มีสารพิษตกค้างได้ ด้วยการผสมแอปเปิ้ลไซเดอร์ 3 ช้อนโต๊ะในอ่างแล้วนำผักลงแช่
  24. ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกิน โดยใช้น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ 1 ส่วน แอปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ส่วนผสมกัน แล้วนำมานวดบริเวณที่ปวดวันละ 1-2 ครั้ง
  25. แอปเปิ้ลไซเดอร์ลดความอ้วน ด้วยสูตรแอปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้ว ดื่มตอนเช้าหลังตื่นนอนก่อนรับประทานอาหารมื้อแรก จะช่วยเรื่องระบบการย่อยให้สมบูรณ์ เผาผลาญอาหารได้มากขึ้น
  26. น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลช่วยลดน้ำหนักตัว เพราะลดความอยากอาหารและทำให้อิ่มเร็วมากขึ้น ด้วยสูตรแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ช้อนชาผสมกับน้ำ 2 แก้ว ดื่มก่อนอาหารประมาณ 30 นาที
  27. ช่วยรักษาสภาพผิว ด้วยการใช้น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์และน้ำอย่างละเท่า ๆ กัน นำมาผสมแช่ในตู้เย็น แล้วนำมาเช็ดหน้าและแปะไว้บนหน้า
  28. มาส์กหน้าด้วยแอปเปิ้ลไซเดอร์ ช่วยทำให้รูขุมขนดูกระชับ ด้วยการใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ 5 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำเปล่าครึ่งแก้ว แล้วนำสำลีมาชุบแปะทิ้งไว้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ 10 แล้วล้างออก (อาจจะรู้สึกคันยิบ ๆ)
  29. ใช้ทำเป็นโทนเนอร์ ด้วยการใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ส่วนผสมกับน้ำเปล่า 3 ส่วน นำไปแช่ในตู้เย็น แล้วน้ำมาเช็ดหน้าแล้วล้างออก (อาจจะรู้สึกคันยิบ ๆ บ้าง)
  30. ช่วยป้องกันผมแห้ง ผมร่วง ผมแตกปลาย ศีรษะมัน มีรังแค ด้วยการผสมน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1/3 ถ้วยกับน้ำ 1 ถ้วยแล้วนำมาล้างผมหลังสระ

(หมายเหตุ : ประโยชน์ข้างต้นยังไม่มีงานวิจัยที่ระบุอย่างชัดเจน ควรใช้วิจารณญาณ)

โทษของแอปเปิ้ลไซเดอร์

  • น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิลการรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมคือวันละ 2 ช้อนชาหรือน้อยกว่า ด้วยการผสมกับน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ แต่หากรับประทานชนิดเม็ด ขนาดที่แนะนำคือ 285 มิลลิกรัมต่อวันหรือไม่เกิน
  • เนื่องจากน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์มีฤทธิ์เป็นกรด การรับประทานไม่ถูกขนาดหรือมากเกินไปอาจจะก่อให้เกิดอาหารปวดแสบปวดร้อนในกระเพาะได้ สำหรับผู้ที่เริ่มรับประทานใหม่ ๆ ควรรับประทานแต่น้อย ประมาณ 1 ช้อนชาผสมกับน้ำประมาณ 8 ออนซ์ เพื่อดูว่าร่างกายจะตอบสนองต่อแอปเปิ้ลไซเดอร์อย่างไร
  • ไม่ควรดื่มโดยไม่ผสมอะไรเลยเพราะอาจจะทำลายเนื้อเยื่อปากและลำคอได้
  • การรับประทานแอปเปิ้ลไซเดอร์ควรระวังเรื่องเคลือบฟันจะกร่อนและเสียเอาได้ ดังนั้นทุกครั้งที่ดื่มน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ ควรบ้วนปากด้วยทุกครั้ง
  • การรับประทานในปริมาณเล็กน้อยกว่าปริมาณที่แนะนำ การรับประทานไม่บ่อยมากอาจจะไม่มีผลเสียอะไรต่อร่างกาย แนะนำว่าไม่ควรรับประทานในปริมาณมากและติดต่อกันนานจนเกินไป หยุดพักบ้างก็จะดี
  • การรับประทานแอปเปิ้ลไซเดอร์ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้ระดับของธาตุโพแทสเซียมต่ำลงและกระดูกบาง ถ้ารับประทานไปแล้วพบว่ามีปัญหา ควรปรึกษาแพทย์
  • ปริมาณของกรดในแอปเปิ้ลไซเดอร์แต่ละยี่ห้อจะไม่เท่ากัน หากต้องการเปลี่ยนยี่ห้อใหม่ก็ควรเริ่มรับประทานแต่น้อยก่อน เพื่อดูการตอบสนอง
  • ปัจจุบันยังไม่มีผลงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับว่าแอปเปิ้ลไซเดอร์จะได้ผลดีจริงตามที่ผู้ผลิตกล่าวอ้าง
  • ว่ากันว่าส่วนประกอบของแอปเปิ้ลไม่ได้มีวิตามินอะไรมากมาย มีแค่เพียงธาตุเหล็ก โพแทสเซียม โซเดียม และแคลเซียมในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  • สำหรับผู้ที่เป็นโรคไทรอยด์ ไม่ควรดื่มน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ก่อนและหลังกินยารักษาไทรอยด์
  • น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์อาจมีปฏิกิริยากับยาขับปัสสาวะ ยาระบาย ยารักษาโรคหัวใจ ยารักษาโรคเบาหวาน เนื่องจากมีโครเมียมที่อาจเปลี่ยนแปลงระดับอินซูลินได้

แอปเปิ้ลไซเดอร์ วีนีการ์บ่อยครั้งที่ผู้ผลิตอาหารเสริมต่าง ๆ มักจะนำเอาผลวิจัยต่าง ๆ มาอ้าง เช่น ผลการทดลองในหลอดทดลองหรือในสัตว์ ว่ามีประโยชน์สารพัด สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ แต่คุณต้องเข้าใจนะครับว่าร่างกายมนุษย์กับสัตว์ทดลองมันไม่เหมือนกัน หากได้ผลในสัตว์หรือหลอดทดลอง ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะได้ผลกับมนุษย์เสมอไป ซึ่งบริษัทผู้ผลิตอาหารเสริมส่วนใหญ่ (เกือบทุกราย) ก็มักจะเอาข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ที่เป็นเฉพาะด้านดีมานำเสนอ แต่ไม่เคยนำผลเสียมาบอกให้คุณรู้ ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือมีหลายงานวิจัยที่ให้ผลขัดแย้งกันเองหรือตรงข้ามกัน

การที่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่าง ๆ ได้ผ่านการรับรองจาก อย. และมีการบ่งบอกว่าเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ มันไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัย 100% แต่อาหารเสริมที่ผ่าน อย. นั้นแค่หมายถึงการรับรองว่าไม่มีสารที่เป็นอันตรายตกค้างอยู่ต่างหาก แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย

ความจริงแล้วอาหารเสริมสามารถผ่านอย. ได้ง่ายมากครับ แค่พิสูจน์ว่าไม่มีสารพิษก็ผ่านแล้ว หลาย ๆ คนต่างก็คิดว่าแอปเปิ้ลไซเดอร์มันไม่มีอันตราย แม้แต่ อย.เองก็ตาม เพราะเคยมีกรณีที่หลอดอาหารทะลุเนื่องจากการรับประทานแอปเปิ้ลไซเดอร์มาแล้ว เพราะมีกรดอะซิติกที่ค่อนข้างสูงและรุนแรง แต่ อย.ก็ต้องปล่อยให้ผ่านไปเนื่องจากมันไม่ใช่สารพิษ

อาหารเสริมที่ผ่าน อย.ไม่ได้แปลว่าจะได้ผลดีหรือบอกถึงประสิทธิภาพในการช่วยลดน้ำหนักแต่อย่างใด เพราะ อย. มีหน้าที่เพียงแค่ตรวจสอบความปลอดภัยของผู้บริโภคเท่านั้น และไม่มีหน้าที่ที่จะรู้ว่ามันจะได้ผลหรือมีประสิทธิภาพอย่างไร เพราะอาหารเสริมไม่ใช่ยา แม้แต่ยาที่ขึ้นชื่อว่าปลอดภัยก็ยังมีคำเตือน แต่สำหรับอาหารเสริมนั้นจะไม่มีคำเตือนหรือผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้บริโภคได้

cr.https://medthai.com.