ยิ้มเปลี่ยนชีวิต ข้อดีของการเป็นคนยิ้มง่าย ที่คุณไม่ควรพลาด

วันนี้เอามาฝากกัน
#เทคนิคชีวิตเเฮ้ปปี้ มีความสุข ด้วยการ”ยิ้ม”!!!!
รวย มีสเน่ห์ สุขภาพดี สร้างได้เเค่คุณยิ้ม ไม่เชื่อใช่มั้ย???? ท้าพิสูจน์ด้วยตัวเอง เเต่ก่อนจะเริ่ม มาฟังรีวิวจากอ้อก่อน55555

#ส่วนมากเราทุกคน ทราบกันดีอยู่เเล้วว่าการยิ้ม มีข้อดีมากมาย ทำให้โลกสดใส ทำให้คนรอบข้างมีความสุข เเต่หารู้ไม่ว่าประโยชน์มันมีอีกเยอะมากมากกกกกกกกกกกกก เเละวันนี้จะมาเเชร์เพื่อนๆจากประสบการณ์ของอ้อเอง #จิตวิทยาง่ายๆ #เรียนรู้ไว้ไม่เสียหาย #มีเเต่ได้กับได้นะจ้ะขอบอกกก

1.ทำให้รู้สึกมีพลังมากขึ้น ในการเดิน นั่ง นอน ทำงาน ฯลฯ

เพราะพลังเยอะ หมายความว่าเราสามารถทำอะไรได้อีกเยอะเเยะ การยิ้มเยอะเป็นการสร้างพลังทางอ้อมให้ตัวเราโดยที่เราไม่รู้ตัว ถ้านึกภาพไม่ออก ให้ลองนึกภุงวันที่เราหน้าบูดทั้งวัน วันนั้นเเทบจะเป็นวันที่ไม่อยากทำอะไรเลยยยยยย จริงไหม????

2.มีสเน่ห์

คุณไม่ต้องสวย เเต่คุณก็สามารถสร้างสเน่ห์ให้ตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องเพื่อเพศตรงข้ามอย่างเดียว เเต่เป็นการดึงดูทุกเพศ เพื่อสัมพันธ์ไมตรีอันดี การส่งยิ้มห้กับคนอื่นๆ สร้างมิตรมากกว่าศัตรู ทำให้คนอยากเข้าหา อยากคบค้าสมาคม ถ้ามัวเเต่หน้าบูดหน้าบึ้ง จากที่ไม่อยากมีคนไม่ชอบ อาจทำให้หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าเราไม่พอใจ พาลเป็นขยาดไม่กล้าเข้าใกล้ เกิดเป็นความบาดหมางในจิตใจไปอีก

นอกจากนี้ คนทุกคนมักสวยหล่อ ดูดีขึ้นถึง 90% จากการยิ้มอีกด้วย ข้อนี้นี่เเหละที่จะช่วยเราสร้างสเน่ห์ขึ้นมาได้

3.มีความอิ่ม

อิ่มเอมในจิตใจอย่างไรละ!! ยิ้ม สร้างความสุขได้ในชั่ววินาที ไม่เชื่อลองยิ้มดูสิ (เเหน่ๆๆ ยิ้มกันใหญ่เลยละสิ5555)

4.เพิ่มความสามารถในการพลิกเหตุการณ์ด้านลบให้เป็นบวก

ทำให้มองโลกในเเง่ดีมากขึ้นนั่นเอง เพราะถึงเเม้ว่าชีวิตอาจจะไม่ได้เดินบนทางเดินที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาย เเต่การยิ้ม สร้างความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความสุข ความรู้สึกขอบคุณชีวิต เเถมเป็นการฝังชิพลงไปในจิตใต้สำนึกว่า ตอนนี้เรามีความสุข(ทุกๆครั้งที่ยิ้ม)

ทำไมนะเหรอ?????
เพราะจิตใต้สำนึกไม่รู้เลย ว่าเรายิ้มจริงหรือเราฝึกยิ้มอยู่ มันจะจดจำผ่านกายภาพ เเละเมื่อทำบ่อยๆ จิตใต้สำนึกก็จะรีโปรเเกรมใหม่ ซึ่งจะบังคับพฤติกรรมของเรา(ที่ถูกขับเคลื่อนส่วนมากด้วยจิตใต้สำนึก) ให้เป็นไปในทางที่เป็นบวกมากขึ้น !!

5. เครียดน้อยลง

เคยเป็นมั้ยคะ ที่เราเครียดเเต่เราไม่รู้ตัว
สิ่งนี้เกิดขึ้น อาจสังเกตได้จาก อยากทานอะไรเยอะๆ หวานๆ มากๆ อยากออกไปเเฮงค์เอาท์ อยากทำอะไรสักอย่างโดยที่ไม่มีสาเหตุ อารมณ์เเปรปรวน บางคนอยากนอนตลอดเวลา หรือบางคนก็นอนไม่กลับไปเลย

มีหลายครั้งที่เราจับความเครียดของตัวเองได้ เเต่หลายครั้งก็จับไม่ได้ เพราะฉะนั้น!!! กันไว้ดีกว่าเเก้ ฝึกยิ้มบ่อยๆ โลกจะสดใสกว่าเดิมเป็นกอง เเถมความเครียดน้อยลง ไม่ส่งผลทำร้ายสุขภาพ

สุขภาพจิตดี สุขภาพกายก็ดีตามไปอีก โอ้โห คุ้มมมมมมม

6.สร้างสังคมพลังบวก ช่วยเหลือกัน ซัพพอทกัน

ข้อนี้อาจมองเห็นภาพยากหน่อย เเต่ลองนึกดูนะคะว่า เมื่อเราเป็นคนยิ้มง่าย คนที่เข้าหาเราก็มีเเนวโน้มว่าจะเป็นคนประเภทเดียวกัน คือเมืออยู่ด้วยกันก็ส่งผลให้มีเเต่พลังบวกบวก เมื่อเจอปัญหา ต่างช่วยกันใช้วิธีทอง คือ พลิกวิกฤษให้เป็นโอกาส นั่นเเหละค่ะ ที่มาของการมีกัลญาณมิตรที่ดี

สุดท้าย การฝึกเป็นคนยิ้มง่ายทำไม่ยาก

ไม่เเนะนำให้ฝึกยิ้มหน้ากระจก เพราะมันดูไม่จริงเเต่ให้ลองฝึกยิ้ม กัทุกเหตุการณ์ที่เกิดกับคุณเเล้วยิ้มให้มัน

มีคนโพสอวยพรวันเกิด ยิ้มให้กับมิตรภาพ
เดินสะดุดขาเตียง ยิ้มให้กับความห่วงใยของขาเตียงที่เตือนเราให้ระมัดระวังก่อนจะไปสะดุดบันไดที่อาจทำให้เเขนขาหักได้
ยิ้มให้กับวันฝนตก ที่ทำให้ตัวเราเปียกปอนเเต่ก็ทำให้สวยราวกับนางเอกเกาหลีในมิวสิคอกหัก
ยิ้มให้กับตุ๊กเเก เเมงสาบ เป็นการบอกลาก่อนถูกเนรเทศออกจากราชอาณาจักร
ยิ้มให้กับเกรด F ที่สนให้ไม่ขี้เกียจ ถีบตัวเองออกจากที่นอนตอนเช้าๆในวันฝนตกอากาศ 25 องศา

จงเปลี่ยนเรื่องร้ายให้เป็นเรื่องน่ายินดี น่าขำขัน

เพราะเหรียญมีสองด้านเสมอ คุณเลือกจะมองอะไร คุณก็จะเห็นสิ่งนั้น ยิ้มเยอะๆ เพื่อตาคู่ใหม่ หูใหม่ หัวใจใหม่ เเละชีวิตใหม่กันเถอะค่ะ!

อ้อ บียอนเดอะฟิต
#สุขภาพจิตดีชีวิตมีสุข


Self-love สร้างความสุขให้ชีวิตเเบบ Unlimited

Self-love คือการรักตัวเอง
เเต่เราเข้าใจ Self-love ได้ดีเเค่ไหนกัน?
เพราะถ้าเราเข้าใจมันอย่างเเท้จริง
ทำไมชีวิตเราถึงยังขึ้นๆลงๆ
ความสุขหายไปเเล้วกลับมายากจัง?
วันนี้ อ้อตั้งใจเอา10 กุญเเจสำคัญสร้าง Self-love มาฝาก
เพื่อให้ทุกคนสามารถเอาเทคนิคเหล่านี้
ไปสร้างความสุขในชีวิตคุณเเบบไม่รู้จบ!!
ที่จะเนรมิตทุกวันของคุณ
ให้เป็นวันพิเศษ
เเทบจะไม่ต้องลงมือลงเเรงอะไรเลย!
 
—–
1.เเคร์คนอื่นให้น้อยลง
สำหรับบางคนที่เป็น yesman หรือคนที่เเคร์คนอื่นมากๆ มักเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการคิดมากว่าคนนั้นจะคิดอย่างไร จะโอเคกับสิ่งที่เราทำไหม จะพอใจในสิ่งที่เรามอบให้รึเปล่า โอ้โห รู้ตัวอีกทีปาไปครึ่งชีวิตเเล้ว ยังไม่ได้ทำอะไรให้ตัวเองเลย
 
การโฟกัสที่ตัวเอง ไม่ใช่การเเสดงความเห็นเเก่ตัว การโฟกัสที่ตัวเอง คือการเติมพลังให้ตัวเองก่อนที่จะส่งพลังดีๆออกไปให้คนอื่น รู้จักปฎิเสธบ้าง ฟังความต้องการของตัวเองมาเป็นอันดับ 1 เเล้วจะรู้ว่าการวางกระเป๋าที่เต็มไปด้วยก้อนหินอันหนักอึ้งมันเป็นอย่างไร
 
2. หาเวลาอยู่คนเดียวเงียบๆอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง
ทฤษฎีอันนี้อ้อตั้งเอง(จากประสบการณ์ส่วนตัว555) เพราะการมีอยู่คนเดียวเงียบๆทำให้เรามีสติมากขึ้น ได้พักผ่อนกายพักผ่อนใจมากขึ้น ได้ปล่อยอารมณ์ อยากทำอะไรก็ทำ
 
มีงานวิจัยที่พบว่า คนส่วนใหญ่ มักมีปัญหาสุขภาพด้านร่างกายเเละจิตใจ เพราะไม่มีเวลาให้จิตใจได้พักผ่อนเลย สมองทำงานตลอด บางคนทำานหนัก บางคนเรียนหนัก ก่อให้เกิดความเครียดสะสม การอยู่เงียบๆคนเดียว จะช่วยทำให้เราผ่อนคลาย เเละเป็นอิสระมากขึ้นจากการที่ต้องอยู่ทามกลางผู้คนมากมายที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายได้
 
3.เลิกฟังเพลงที่มีข้อความด้านลบ
พลังของคำพูดมีมากมายมหาศาล หลายคนคงเคยเป็นที่ฟังเพลงเศร้าเเล้วน้ำตาไหลตามเพลง! จิตใต้สำนึกจะจดจำทุกสิ่งอย่างที่เราป้อนเข้าไป ส่งผลมาเป็นพฤติกรรมของเรา
 
ดังนั้น #จงระวังเพลงที่คุณฟังด้วย!
 
4.ขอบคุณตัวเองทุกวัน
พลังของGratitude หรือพลังของการสำนึกบุญคุณตัวเอง มีมากมายมหาศาล อย่าลืมว่าถ้าตัวเราเองไม่เคยขอบคุณตัวเอง มีเเต่ความคิดบั่นทอนว่าทำไมชั้นไม่ได้สิ่งนั้น ไม่ทำสิ่งนี้ เเล้วใครที่ไหนจะมาให้คุณค่ากับคุณหละ? เพราะเเม้เเต่คุณยังไม่ให้คุณค่ากับตัวเองเลย
 
5.ยิ้มบ่อยๆ
การยิ้มช่วยเติมพลังชีวิตทันที เพราะเมื่อเรายิ้มกล้ามเนื้อใบหน้าเราจะยกสูง ร่างมีการหลั่งฮอร์โมนเเห่งความสุขอัตโนมัติ ถ้าอยากหลอกล่อให้ร่างกายหลั่งสารเเห่งความสุขเยอะๆ อย่าลืมยิ้มบ่อยๆนะคะ !!!
 
6.เลือกคบเพื่อนดีๆ
ลองนึกภาพว่า หากคุณมีเพื่อนชอบนินทาคนอื่น เเรกๆคุณจะรู้สึกไม่ชอบเพื่อนของคุณเพราะคุณเป็นคนดี เเต่นานเข้าๆคุณเริ่มรู้สึกเคยชินเเละคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ที่ใครๆเค้าก็ทำกัน เผลอๆคุณก็ทำตามเพื่อนคุณอีก
 
เอ้ะ! เเล้วเเบบนี้ คุณยังจะชอบตัวเองอยู่รึเปล่า?
 
7.เรียนรู้วิธีพัฒนาตัวเองเสมอ
อยากสำเร็จด้านไหน ควรมีผู้ที่สามารถชี้เเนะเเนวทางด้านนั้นให้คุณได้ (มีไอดอลนั่นเอง) ศึกษาความสำเร็จของเขา เรียนรู้ไลฟ์สไตล์ วิธีคิดเเละวิธีปฏิบัติ เเล้วก็ก้อปปี้เเบบถอดฉบับ เอาให้มันรู้ไปเลยว่าถ้าทำตามเเล้วยังไม่เหมือนอีกมันจะเป็นยังไง
 
สมัยนี้เราเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ไวมาก อยากรู้อะไรก็เเค่ใส่คำตรงช่องค้นหา เเต่อย่าลืมว่าสิ่งไหนที่ไม่ได้ช่วยให้คุณไปสู่เป้าหมายชีวิต อย่าเสียเวลาไปกับมันเลย เพราะนอกจากคุณจะก้าวช้าเเล้ว คุณอาจเสียเวลา เสียเงิน เสียความรู้สึก ไปกับการรับข้อมูลข่าวสารที่คุณอาจไม่ต้องการเเต่รับมันมาเเบบไม่รู้ตัว
 
8.ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเอง
รู้หรือไม่ว่าการที่มีความรู้สึกเเต่ไม่เเสดงออก เป็นการกระทำที่ผิดมหันต์ เพราะจะเกิดการกดทับความรู้สึกที่รอวันระเบิดเเละเเน่นอนว่าไม่เป็นผลดีเเน่ๆ
 
การเเสดงออกความรู้สึก ทำให้เราไม่ต้องคอยใส่หน้ากากเข้าหาคนอื่น เราสามารถเป็นตัวเรา 100%ในทุกสถานการณ์ ไม่มีการกลับมาคิดเสียดายทีหลัง ไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นจะคิดยังไง เป็นตัวเอง100% ในเวอร์ชั่นที่ไม่ทำร้ายใครเขา
 
9.เล่นกับสุนัข/เด็กๆบ้าง
สองอย่างนี้เเหละที่จะเปลี่ยนหน้าบึ้งๆของคุณให้เป็นยิ้มเเป้นได้ทันที! สองอย่างนี้ คือสิ่งที่จะมาเตือนคุณว่า “เห้ย..ความสุขมันก็เเค่นี้ป้ะ ทำไมทำชีวิตให้มันยุ่งยากจัง”
children-817365_960_720
 
10. อ่อนโยนกับตัวเองให้มากๆ
สิ่งนี้สำคัญมาก เรามักโหดร้ายกับตัวเองโดยไม่รู้ตัว เช่น อยากลดน้ำหนัก ทำไมทำไม่ได้สักที (กินมากกว่าเดิมเพราะโมโหตัวเอง) หรือมักเกิดคำถามในหัวว่าทำไมตอนนั้นไม่ทำเเบบนั้น ทำไมตอนนี้ไม่ทำเเบบนี้ (เเล้วสร้างความเชื่อในหัวว่าเราไม่ดีพอ)
 
อย่าลืมว่าเวลาคนเราทำผิด เราไม่ต้องการให้ใครมาซ้ำเติม สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือใครสักคนที่เข้าใจเรา
 
ถามตัวเองสิว่า….
#พร้อมที่จะเป็นเพื่อนรักที่ดีที่สุด ให้กับตัวคุณเองหรือยัง???
 
อย่าลืมกดเเชร์ให้คนที่คุณรักเเละเพื่อนๆ
ที่คุณอยากเห็นเค้ามีความสุขในทุกๆวัน
 
#เพราะความสุข จะนำมาซึ่งสังคมที่มีความสุข
เเละสังคมนั้นต้องการคุณเเละคนรอบตัวคุณค่ะ 🙂
 
อ้อ Beyond The Fit
IMG_9542.JPG
 
 
 

หากคุณกำลังพบเจอกับสิ่งเหล่านี้…รู้หรือไม่ว่ากำลังละทิ้ง”ตัวตนที่เเท้จริง”

เวลาเราเป็นเด็ก…  นึกจะหัวเราะเมื่อไหร่ก็ได้ ดังเเค่ไหนก็ได้ จนผู้ใหญ่ทั้งบ้านต้องหยุดเเล้วหันมาหัวเราะตามเราเเล้วพุดว่า “น่ารักอะ”

children-817365_960_720

เวลาเราเป็นเด็ก… จะร้องไห้เมื่อไหร่ก็ได้ เจ็บก็ร้อง หิวก็เเสดงออก บางทีร้องจนพ่อกับเเม่ต้องตื่นมากลางดึก ก็ไม่มีใครดุเรา

เวลาเราเป็นเด็ก… เราเป็นตัวของตัวเอง 100% ปราศจากเงื่อนไขใดๆ….เเต่หลายปีผ่านไป ความเป็นตัวเองเริ่มสูญหายไป เราเริ่มมีตัวตนอันใหม่ที่เราสร้างขึ้น เพื่อเเสดงออกต่อโลกภายนอก(ในเเบบที่อาจจะไม่เหมือนกับความเป็นจริง) เพื่อเป็นส่วนหนึ่ง เพื่อการยอมรับ เพื่อความสุข(ที่ไม่ยืนยาว)

อย่างไรก็ตาม ความเป็นเด็กในที่นี้ ไม่ใช่ความเป้นเด็กที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เเต่เป็นความเป้นเด็กที่เต็มไปด้วยความซื่อตรง ความจริงเเท้ ความบริสุทธิ์ เเละอิสระ

ครูทางจิตวิญญาณหลายท่านกล่าวไว้ว่า….หากเราสับสน ว่าเเท้จริงเเล้วตัวตนของเราเป็นเเบบไหน ให้มองย้อนกลับไปเป็นเด็กว่าเราชอบอะไร ธรรมชาติของเราเป็นเเบบไหน เเล้วเราจะนึกออกว่าจริงๆเเล้ว

จักรวาลส่งเรามาเพื่อเติมเต็มอะไรที่ขาดไปบนโลกใบนี้ เพื่อสร้างสมดุล       

(ความเชื่อส่วนบุคคลของผู้เขียน)

ผลจากการที่เรากำลังสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองมีอะไรบ้าง?

1.รู้สึกเหนื่อยเเละเบื่อหน่ายกับสภาพความจริงที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องชีวิต ครอบครัว ความสัมพันธ์ ความฝัน ผู้คน สังคม ไม่มีเเรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต

2.รายล้อมไปด้วยผู้คนที่มีความคิดเห็นต่าง ไม่สนับสนุนในสิ่งที่เรารัก มีเเต่ความขัดเเย้ง มักเจอเเต่ผู้คนที่กดขี่ข่มเหงเราเสมอ

3.เเคร์ความรู้สึกคนอื่นจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ คิดเยอะ เป็นคนดีเเต่มักถูกลดคุณค่า

4.ทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ หรือมีพฤติกรรมที่ทำร้ายตัวเอง เช่น ติดสุรา ติดบุหรี่ ติดการพนัน เป็นต้น

5.นำเสนอเเต่เรื่องดีๆให้สังคมรับรู้ เก็บความยากลำบากของชีวิตไว้คนเดียว ทำให้เชื่อมต่อกับคนอื่นๆได้ยาก

6.ไม่สามารถเเสดงอารมณ์ที่รู้สึกจริงๆให้เเก่สังคม มักเออออห่อหมกไปกับทุกคน เลือกที่จะเงียบ เเทนที่จะเเสดงความคิดเห็นของตัวเองในที่สาธารณะ

jd-mason-262717

ใช่ สิ่งเหล่านี้มันทำให้เรารู้สึกอยากจะเปลี่ยนเเปลงนะ!!!!!

เเต่มันก็มีคำถามตามมาอีกว่า

1.เราจะเเสดงออกความเป้นตัวตนของเรา 100% ได้อย่างไร ในเมื่อเราอยู่ในสังคมใหญ่ เราต้องเคารพคนอื่นสิถึงจะถูก ? ไม่อยากทำให้คนอื่นรู้สึกอึดอัด เเละไม่พอใจอะ

2.อะไรคือลิมิท ที่จะบอกเราว่านี่คือสิ่งที่เราควรทำเเละไม่ควรทำ ถ้าเราคิดถึงเเต่ตัวเองเเล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราไม่ได้ตามใจตัวเองมากเกินไป

3.ทำอย่างไรถึงจะรายล้อมไปด้วยผู้คนที่เคารพเราเเละเชื่อในสิ่งที่เราเชื่อ จะเปลี่ยนงานเหรอ ยากอะ

4.กลัวการต้องถูกทิ้งอะ กลัวเพื่อนไม่คบ กลัวโดนมองว่าประหลาด

ผู้เขียนไม่มีคำตอบหรือวิธีเเก้ไขให้กับคำถามเหล่านี้…เพราะทุกคนต่างมีประสบการณ์ ความเชื่อเเละอะไรต่างๆอีกมากมายที่ไม่เหมือนกัน เพียงเเต่จะบอกว่า การเป็นตัวเอง100% ไม่เกี่ยวกับการทำให้คนอื่นรู้สึกไม่สบายใจ การเป็นตัวเอง100%ไม่ใช่ความก้าวร้าว การเเสดงออกอารมณ์อย่างรุนเเรง เเต่เป็นการซื่อสัตย์ เป็นเนื้อเเท้ ไม่มีหน้ากากให้ตัวเองนั่นเเหละ

ความเปลี่ยนเเปลง จะนำมาซึ่งความไม่สบายใจเสมอ เหมือนเช่นเวลาที่เราก้าวข้าม Comfort Zone นั่นเเหละ ผู้เขียนเองก็ยังต้องเจอกับบททดสอบอีกมากมาย ที่คอยมาทดสอบเรื่อยๆว่าตัวเองเป็นตัวเอง 100% หรือยัง ซึ่งบอกเลยว่า….ยังมีอีกเยอะเเยะที่ยังต้องการการเปลี่ยนเเปลง

ถ้าคุณเป็นตัวเอง 100% เเล้วดีใจด้วย… เพราะคุณจะเข้าถึงพลังชีวิตของคุณอย่างมาก คุณจะมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน เเละจะได้รับความเคารพในสิ่งที่คุณเป็น สิ่งที่ต้องระมัดระวังเพียงอย่างเดียวคือ อีโก้ (Ego) หรืออัตตา ที่อาจทำให้คุณก้าวลำเส้นของการเป็นเนื้อเเท้ของคุณ

สำหรับคนที่กำลังจะเปลี่ยนเเปลง…คุณจะพบกับความรู้สึกไม่สบายกายไม่สบายใจอีกมากมาย เเต่ขอให้มั่นใจว่า ทุกการเปลี่ยนเเปลงนำมาซึ่งผลลัพธ์อันหอมหวานเสมอ อย่าสูญเสียความเป็นตัวเอง เเละใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความกลัว ความไม่เคารพตัวเอง เเละความไม่ถูกเคารพจากผู้อื่น คุณมีคุณค่ามากกว่านั้น มากกว่าที่คุณมองเห็นในตัวเอง มากกว่าที่คุณให้คุณค่ากับตัวเอง

รักเสมอ:)

อ้อ

10.7.2017

 

 

 

 


อีโก้…จะมองหา “ความต่าง” ของตัวเองกับผู้อื่น

สมองที่มีอีโก้ จะพยายามมองหา “ความเเตกต่าง” ของตัวเองกับผู้อื่น

เเต่สมองที่ไม่มีอีโก้ จะมองหาสิ่งที่ตรงกันข้าม

คือการมองหา “ความเหมือน” ที่มีอยู่ในตัวตนของมนุษย์

#การเปรียบเทียบ ระหว่างคนอื่นกับตัวเราเพื่อหาข้อดีของตนเอง

มีคุณค่าเเค่ทำให้เรารู้สึกพอใจ
ที่ลึกๆเเล้วมาจากความกลัว
กลัวว่าเราจะไม่มีคุณค่า
ในสายตาของผู้อื่น

เพราะเราไม่เเน่ใจกับตัวเอง
ว่าเรามีคุณค่าจริงรึเปล่า ?

felix-russell-saw-251617

#คนทุกคนเหมือนกัน
มีหัวใจ มีร่างกาย มีจิตวิญญาณ
เราไม่เคยโดดเดี่ยว

ต่อให้เรื่องที่คุณกำลังเจอ
มันจะเลวร้ายมากเเค่ไหน
เชื่อเถอะ
ว่าคนอื่นก็กำลังเจอในเรื่องเดียวกัน

เเต่สิ่งที่ทำให้เราทุกคน “ต่าง”
คือวิธีการรับมือกับสถานการณ์เเย่ๆเหล่านั้น

เเค่นั้นเองจริงๆ

Osteeen

สมองที่เต็มไปด้วยอีโก้ คือการป้อนพลังลบให้ชีวิต ที่สุดท้ายมันจะไปฝังอยู่ในระดับจิตใต้สำนึก เเละนำมาซึ่งความเชื่อลึกๆ ว่าเราไม่มีคุณค่าเพียงพอ จึงเป็นที่มาของการกระทำ ความคิด ที่คอยพิสูจน์ตัวเองว่า “ฉันดีพอ”

พึงระวังในความคิดของตัวเอง
หยุดเปรียบเทียบ
เคารพตัวเอง
เเละเคารพผู้อื่น

 

ไม่ต้องคอยพิสูจน์ตัวเอง

คุณมีค่าเพียงพอ

เละคนอื่นก็เช่นกัน

 

“We are all the same.”

อ้อ Beyond The Fit


มนุษย์คือพลังงาน(ที่มีความถี่) ถ้าความถี่ต่ำเเล้วดึงดูดเเต่เรื่องเเย่ๆ…. ลองมายกระดับความถี่ดูสิ

ก่อนนอนคืนนี้……อยากให้ทุกคนอ่านโพสนี้ค่ะ

มนุษย์เรา….เป็นเพียงพลังงานอย่างนึงที่มีความถี่
เเละความถี่ในพลังงานของเรา
มีขึ้นมีขึ้น-ลงอยู่ตลอดเวลา

#ความสำคัญของความถี่ คือ ทุกสิ่งที่เป็นพลังงาน จะดึงดูดพลังงานที่มีระดับความถี่เดียวกันเข้ามา เช่น เมื่อเรามีความถี่สูง ก็จะดึงดูดเเต่สิ่งดีๆที่มีความถี่สูงเช่นเดียวกัน เมื่อความถี่ต่ำ จึงมักดึงดูดโรคภัยไข้เจ็บ เรื่องเเย่ๆ คนทำเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจมาให้

 

#ที่มาของความถี่ต่ำ
อาจมาจากความเครียด
ความวิตกกังวล พลังงานจากคนรอบข้าง
ที่เราอยู่ด้วย อาหาร การใช้ชีวิต
เเละอื่นๆอีกมากมาย

การรักษาระดับของพลังงานของเรา
ให้สูงอยู่เสมอ
เพื่อให้ร่างกายมีความผ่อนคลาย
จิตใจโปร่งใส มีความสุข

🌟จึงมีความสำคัญมากๆ
ที่จะควบคุมพฤติกรรม
ทุกอย่างที่เราเเสดงออก

👍🏻เทคนิคการยกระดับความถี่
ที่ได้ผลมากวิธีหนึ่งที่อ้อใช้เสมอ
คือ การฟังเพลง ที่มีความถี่เฉพาะ
ที่ช่วยยกระดับความถี่ของพลังงาน
(ค่อนข้างวิทยาศาสตร์เเต่นั่นไม่ได้สำคัญอะไร)

🎼การฟังเพลงเพื่อยกระดับพลังงานบวก
นอกจากจะทำให้ลดความเครียด
ผ่อนคลาย จิตใจโปร่งใส
ชีวิตมีความสุขเเล้ว

ยังจะทำให้เราดึงดูดเเต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตด้วย
ฟังก่อนนอน = ผ่อนคลาย นอนหลับง่าย
ฟังตลอดเวลา = ทำให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติมากขึ้น

วันนี้ เลยนำรายการเพลงยกระดับความถี่ ช่วยผ่อนคลายความเครียดอย่างได้ผลมาฝากเพื่อนๆ

ลองฟังดูนะ
เเล้วจะรู้สึกผ่อนคลายเเบบไม่น่าเชื่อ

❤️ลองดูคืนนี้เลยนะ
นอนลงบนที่นอนช้า
ปิดตา เปิดใจ
สัมผัสเสียงที่หูเราได้ยิน
ปล่อยใจไปกับเสียงดนตรี

เเล้วพรุ่งนี้มาบอกอ้อนะ
ว่ามันเป็นยังไง
อ้อ 🙂

#วันละ1เทคนิค
#สุขภาพกายดี
#สุขภาพจิตดี
#ชีวิตมีสุข


เชื่อไหม!? ใครๆก็ทำได้ กำจัดความเครียดภายใน 1 นาที!!

เชื่อไหม!? ใครๆก็ทำได้
กำจัดความเครียดภายใน 1 นาที

วันนี้อ้อเอาเทคนิคดีๆมาฝากกันค่ะ !


_______________________
“ความกังวลทั้งหลาย….ล้วนเกิดจากการที่คุณ…พยายามไปอยู่ที่อื่น…
จงอยู่กับปัจจุบัน…”

19989558_1224777077631294_2820417936407565095_n.jpg

#ความเครียด
#ความกังวล
เชื่อไหมคะ? มักเกิดจาก
การที่จิตใจ
จดจ่อกับเรื่องราว
อยู่2ประเภท คือ
1.เรื่องราวในอดีต
2.เรื่องราวในอนาคต

🍥เรื่องราวในอดีต
มักมาด้วยความทรงจำ
ทั้งดีทั้งร้าย
เรานึกถึง
เราคิดถึง
เราโทษคนอื่น
เราโทษตัวเอง
เราอยากเเก้ไขให้ดีกว่าเดิม

#เเต่หารู้ไม่ว่า
เรากำลังผลาญเวลาที่มีค่า
กำลังจดจ่อกับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง…..

#คุณอาจตั้งคำถาม
อดีต จะไม่มีจริงได้อย่างไร ?
ก็มันเคยเกิดขึ้นกับฉัน

#คำตอบ
เเล้วมันจะมีจริงได้อย่างไร?
ในเมื่อ ณ เวลาที่คุณอยู่
คุณใช้เวลาปัจจุบัน
ในการนึกถึงอดีต
วาดภาพในใจ
เเล้วทำราวกับว่า
อดีตมันมีจริง….
ทั้งๆที่จริง
คุณอยู่ ณ ขณะนั้น

#สิ่งที่เป็นก็คือ
คุณกำลังนั่งวาดภาพในใจต่างหาก….

2.เรื่องราวในอนาคต
คุณรึเปล่าที่วาดภาพตนเอง
นั่งอยู่ในบ้านที่สวยหรู
ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
มีบ้าน มีรถ มีเงิน
เรามักวาดฝันไว้อย่างดีเยี่ยม
เเต่พอทุกอย่างไม่เป็นอย่างใจ
เราเริ่มกลัว
เราเริ่มวิตกังวล
เราเริ่มคิด ว่าคนรอบข้าง
จะพูดถึงเรื่องนี้ว่าอย่างไร
#สุดท้าย
เราก็จะกลัว ว่าตนเองจะทำไม่ได้
เเละขาดความเชื่อมั่น
เเละศรัทธาไปในที่สุด

จริงๆเเล้วการวาดอนาคต
เป็นเรื่องที่ดี
เเต่การมีความคาดหวัง
ในชีวิตสูงเกินไป
มักนำพามาซึ่งความวิตกกังวล
อยู่เสมอ

#เพราะเวลาทั้งหมด
สูญเสียไปกับการคิดเรื่องอนาคต
เเทนที่จะเเก้ไข
ปัญหาที่เกิดขึ้นตรงหน้า

#อีกเเล้วซินะ
ที่เราทำเหมือนอนาคตมันมีอยู่จริง
เเต่ลืมไปว่า
ตอนเรานั่งคิดถึงอนาคต
#เรานั่งคิดอยู่ “ตอนนี้”

💁🏻วิธีกำจัดความเครียด
ง่ายนิดเดียว

1.เลิกสนใจอดีต โฟกัสที่ปัจจุบัน อย่าเสียเวลา ณ ขณะ คิดถึงสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง…

2.เลิกตั้งความหวังไว้สูงๆ เพราะเราไม่เคยรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิตบ้าง…. เอาเเต่พอดี
#ขนาดคนเป็นหมอยังป่วย
ไม่มีอะไรเเน่นอน

3.เลิกสนว่าคนอื่นจะคิดยังไง
เราต่างหากที่อยู่กับตัวเองทุกวินาที
💁🏻คนอื่นไม่มีผลอะไรกับเราขนาดนั้น…ถ้าเราไม่ปล่อยให้เขามี

4.อยู่กับปัจจุบัน
เหมือนจะง่าย
เเต่ลองคิดดีๆ
ว่าการอยู่กับปัจจุบันคืออะไร???

“Enjoy the present
And all the anxiety will go away.”
มีความสุขกับปัจจุบันกันเถอะ
.
.
.

อ้อ 🙂

#วันละ1คำคม
#livethemoment
#inspiration
#สุขภาพจิตดี
#สุขภาพดีจากภายใน

Cr. นักจิตวิทยา/นักโภชนาการ Ralph Smart

19989558_1224777077631294_2820417936407565095_n.jpg


พลังมหัศจรรย์ ของการขอบคุณตัวเองทุกๆเช้าหลังตื่นนอน

Tips เจ๋งๆ….ที่จะทำให้คุณมีความสุขทุกวันได้ง่ายๆ

 

IMG_6730

เชื่อหรือไม่ ?? การขอบคุณตัวเอง สามารถสร้างพลังบวกให้เราอย่างมหาศาลค่ะ 🙂

วิธีทำง่ายๆก็คือ….

เพียงเเค่ “นึกขอบคุณตัวเอง”ทุกๆเช้าตื่นนอนค่ะ

นอกจากจะเป็นการสร้างนิสัย
ของคนประสบความสำเร็จเเล้ว
ยังเป็นวิธีบอกรักตัวเอง
ที่น่ารักมากๆอีกวิธีนึงเลยนะ 🙂
.
เพียงเเค่นึกว่า……. ชีวิตของเรา มีคุณค่ามากมายต่อเราเองเเละผู้อื่น
ชีวิตของเรา มาถึงจุดนี้เพราะความอุตสาหะ มานะ
ชีวิตของเรา มีโอกาสดีๆเข้ามามากมาย
ชีวิตของเรา สุขสบายมากกว่าอีกหลายๆชีวิต
ชีวิตของเรา ได้สร้างสรรค์สิ่งดีๆเพื่อสังคม
ชีวิตของเรา จงมีพลังทำดีต่อไป
.
.
เเค่นึกขอบคุณตัวเองเช่นนี้ทุกๆเช้าก็มีความสุขเเล้ว
คิดดูซิคะถ้าเราทำเเบบนี้ทุกๆวัน
มันจะก่อให้เกิดผลดีขนาดไหน ?
.
การย้ำคิดเรื่องการรักตัวเอง หรือ Affirmation of self-love (ในทางจิตวิทยา) จะทำหน้าที่รีโปรเเกรมกระบวนการคิดของเราใหม่
ทำให้เรารู้สึกซาบซึ้งในคุณค่าขอชีวิตเรามากขึ้น
เเละส่งผลในทุกการกระทำของเราออกมาจากพลังบวก
พลังเเห่งความสุขที่เกิดจากการรีโปรเเกรมความคิด
.
.
สุดท้าย หากทำบ่อยๆก็จะกลายมาเป็นนิสัย
เป็นคนที่มีพลังบวกอยู่ตลอดเวลาเลยละคะ
.
.
อยากเป็นคนมีพลังบวกเยอะๆสิ่งเเรกก็ต้องรักเองให้เป็น
อยากเป็นคนมีพลังบวกเยอะๆต้องคิดบวกให้เป็นนิสัย
อยากเป็นคนมีพลังบวกเยอะๆต้องสดใสออกมาจากภายใน
อยากมีพลังบวกตลอดไป ต้องขอบคุณตัวเองทุกๆวัน

IMG_6767

อ้อ
#วันละ1คำคม
#สุขภาพดีคือสุขภาพที่ดีจากภายใน