ค้นพบ”พลังชีวิต” จากการทำให้ร่างกายมีการยืดหยุ่น

อ้อค้นพบ”พลังชีวิต”ของตัวเอง
จากการทีทำให้ร่างกายมี”ความยืดหยุ่น”
.
.
เเปลกเนอะ 
มันเกี่ยวอะไรกัน????
.
.
ครึ่งปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่พยายามอย่างมาก
ในการศึกษาเรื่อง จักระ(Chakras)
หรือ (ศูนย์พลังงานของร่างกาย)
เเต่ความพยายามนั้นก็ไม่เป็นผล
จนกระทั่งยอมรับการออกกำลังกาย
ที่เน้นการยืดตัว
ทำให้มีความยืดหยุ่น
มาปฏิบัติด้วย “ความเข้าใจ”
.
.
ก่อนหน้านี้ อ้อเคยฝึกโยคะ เเละออกกำลังกายหลายๆเเบบ
เเต่ไม่เคยเข้าใจว่าทำไปทำไม
เข้าใจเเค่พื้นๆว่าธรรมชาติบำบัด
ก็คงต้องออกกำลังเพื่อสมดุล
“ร่างกาย เเละ จิตใจ”
.
.
เเต่ทันทีที่เริ่มมีอาการปวดหลังปวดใหล่
อ้อเริ่มจำเป็นต้องเข้าใจการยืด
เพื่อรักษาตัวเอง!!!”!!
เริ่มต้องออกกำลังกาย
ด้วยวิธีที่ช่วยลดอาการปวด
มันจึงต้องยืดอย่างมีวินัย …
.
.
เเต่ความเจ็บปวดนั้นนำมาซึ่ง
การค้นพบประโยชน์การยืด
(ดีนะที่ปวด)
คือการปลดปล่อยพลังงานที่เรามี
ที่เก็บซ่อนไว้ออกมาสู่โลกภายนอก
ปลดปล่อยความเครียด ความตึง
ความเเน่นสะสมที่อยู่ในร่างกาย
มาหลาย10ปี


การยืด หรือการทำท่าที่เน้นการยืดหยุ่น
(เช่น โยคะ เป็นต้น)
คือการปล่อยให้ออกซิเจนเข้าไปในจุดต่างๆ
ที่มีความเเน่นตึง มีความเครียดสะสม
มีความเเข็งเเต่อ่อนเเอ
ไม่มีความยืดหยุ่น ขาดของเหลวตามข้อ
ให้ออกซิเจนเข้าไปทำงาน

29136916_1462418080533858_2232988342260072448_n
ลองจินตนาการข้อต่อที่ชนกัน
เบียดกันเเบบไม่มีน้ำมันมาหล่อลื่น
การยืด. จึงช่วยให้ของเหลว
ระบบเลือดมีการไหลเวียน
ให้จุดที่มีความเครียด เเน่นตึง
ปลดปล่อยพลังงาน สารพิษออกมา
(ในทางวิทย์ฯร่างกายผลิตสารเคมีได้เองอยู่เเล้ว เช่น เมื่อเราเครียด สารเคมีที่ร่างกายผลิต
ก็จะไปสะสมตามจุดที่อ่อนเเอต่างๆของร่างกาย)
.
.
พอกล้ามเนื้อข้อต่อเริ่มมีช่องว่าง
เราหายใจเอาออกซิเจน
เอาพลังงานใหม่
พลังงานดีเข้าไป
โห เหมือนเป็นการดีท็อกส์กล้ามเนื้อดีๆนี่เอง!!”!
.
.
เเล้วมันดียังไง?????
มันคือการสร้างร่างกายใหม่
มันคือการปลดปล่อยทุกสิ่งอย่างที่เราเเบกมา
มันคือการเป็นอิสระของร่างกายที่จะเคลื่อนไหว
มันคือการเป็นอิสระจากทุกสิ่งกีดขวางที่เกิดจากความไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวในร่างกาย
.
.
เมื่อร่างกายเปิด
จุดที่เป็นศูนย์พลังงานของร่างกาย
หรือพลังงานชีวิต หรือจักระเปิด
คราวนี้เเหละ
เตรียมรับมือกับมันดีๆ
เพราะสติรับรู้ถึงพลังที่ตนเองมี
มันยิ่งใหญ่จริงๆ

29177763_1462418117200521_3720930571698831360_n

Yoga by the pool @green place Chiangmai, Thailand


8 อาหารโพรไบโอติกส์ เพิ่มเเบคทีเรียชนิดดี ที่มาของสุขภาพดี ภูมิต้านทานเเข็งเเรง

ก่อนอ่านบทความนี้ เรามาทำความรู้จักกับคำศัพท์ในวงการเเพทย์ทางเลือกกันก่อนดีกว่านะคะ 🙂

โพรไบโอติกส์ คือ เเบคทีเรียชนิดดี (จุินทรย์ที่มีชีวิต) เป็นเเบคทีเรียสายพันธุ์ที่มีประโยชน์ ที่เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่แต่เดิมในลำไส้ ทำให้แบคทีเรียที่ดีมีจำนวนมากขึ้น และแบคทีเรียที่ไม่ดีจำนวนลดลง โพรไบโอติกส์ จะช่วยทำให้สุขภาพของลำไส้ดีขึ้น ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน เเต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของเเบคทีเรียด้วย โดยเมื่อทานไปเเล้ว เเบคทีเรียเหล่านี้จะไปสร้างอาณาจักรตั้งรกรากอยู่ในลำไส้ใหญ่ของเราค่ะ

พาโทเจน คือ จุลินทรีย์ก่อโรค ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคในมนุษย์และสัตว์ ที่มักทำให้ท้องอืด ท้องเสีย สร้างสารก่อมะเร็ง สารที่มีกลิ่นเหม็น ฯลฯ จุลินทรีย์ก่อโรคที่สำคัญในอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอาหารเป็นพิษ ได้แก่ แบคทีเรีย รา ไวรัส และ ปรสิต

พรีไบโอติกส์ คือ  อาหารซึ่งร่างกายมนุษย์ไม่สามารถย่อยและถูกดูดซึมได้ในระบบทางเดินอาหาร ทั้งกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก แต่จะถูกย่อยด้วยแบคทีเรียบริเวณในลำไส้ใหญ่ โดยจะกระตุ้นการทำงานและส่งเสริมการเจริญของจุลินทรีย์โพรไบโอติก (probiotic)  พบในอาหารหลายชนิด โดยเฉพาะในผัก เช่น รากชิคอรี หัวอาร์ทิโชก กระเทียม หอมหัวใหญ่ หน่อไม้ฝรั่ง ผลไม้ เช่น กล้วย แอปเปิล และเมล็ดธัญพืชบางชนิด

ซินไบโอติก คือ พรีไบโอติกและโปรไบโอติกที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งภาวะนี้จะเป็นผลดีต่อร่างกายมาก ช่วยให้ผู้บริโภคมีสุขภาพดีกระตุ้นการเจริญของจุลินทรีย์ภายในทางเดินอาหารให้เหมาะสม ทำให้โพรไบโอติกมีการย่อยสลายในระบบนิเวศน์จุลินทรีย์ที่มีการแข่งขันกัน

เอาละคะ เมื่อเราพอจะรู้จักคำศัพท์เฉพาะกันบ้างเเล้ว เเล้วไอเจ้าโพรไบโอติกส์ นี่มันดีอย่างไร…

ในลำไส้ของคนเรานั้นมีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆ หรือ จุลินทรีย์อาศัยอยู่มากมาย จำนวนจุลินทรีย์ในร่างกายมีมากกว่าจำนวนเซลล์ในร่างกายเสียอีกและส่วนมาอาศัยอยู่ที่ลำไส้ใหญ่ จุลินทรีย์สามารถแบ่งออกเป็นสองชนิด คือ
1. จุลินทรีย์ชนิดดี (โพรไบโอติกนั่นเอง)
2. จุลินทรีย์ชนิดไม่ดี

หน้าที่ของโพรไบโอติกส์

– ช่วยย่อยและดูดซึมสารอาหาร ถ้าในลำไส้ไม่มีแบคทีเรียชนิดดี ร่างกายจะไม่สามารถย่อยสลายสารอาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ
– ช่วยป้องกันและทำลายสารพิษและสารเคมีบางชนิดที่ร่างกายได้รับเข้ามา เช่น, Bisphenol A (BPA)  ที่พบในขวดพลาสติก ,ยาฆ่าแมลง เช่น Coumaphos ,Diazinon, Parathion , และMethylparathion ๆลๆ ผ่านกระบวนการ ย่อยสลายให้สารพิษนั้นเปลี่ยนไปอยู่ในรูปที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และลดการดูดซึมสารนั้นเข้าสู่ร่างกาย
– ช่วยเม็ดเลือดขาวในการต้อสู้เชื้อโรค
– ป้องกันภูมิแพ้  แบคทีเรียชนิดดีสอนให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สามารถแยกแยะว่าสารไหนเป็นสารก่อภูมิแพ้ และสารไหนเป็นสารพี่ปลอดภัยกับร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถตอบสนองได้อย่างถูกต้อง
– เพิ่มระดับภูมิคุ้มกัน ภูมิคุ้มกันของคนนั้นร้อยละ 80% อยู่ที่ลำไส้ แบคทีเรียชนิดดีเป็นตัวควบคุมระบบภูมิคุ้มกันในลำไส้
– สร้างกรดแลคติกเพื่อสร้างสมดุล Phในลำไส้

หน้าที่ของของจุลินทรีย์ก่อโรค

– ปลี่ยนสารอาหารที่ดีที่เราทานเข้าไปเป็นสารพิษ เช่น เชื้อราตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า Candida albicans มันเปลี่ยนน้ำตาล และคาร์โบไฮเดรต ไปเป็นแอลกอฮอล์(ไม่ต้องกินเหล้าเลยมันสร้างให้) และสารที่มีพิษต่อร่างกายกว่า 180 ชนิดซึ่งมีชื่อเรียกว่า mycotoxins
– สารพิษเหล่านี้จะไปทำร้ายเซลล์ต่างๆ ทำให้เกิดอาการปวดหัว,เพลีย,ทำร้ายระบบไทรอยด์ ,และทำให้ฮอร์โมนไม่สมดุล ทำให้ภูมิคุ้มกันตก จนไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ ๆลๆ
– Candida และสารพิษที่มันสร้างขึ้น เป็นต้นเหตุของโรคต่างๆมากมายเช่น  ปวดหัว ผื่น ปวดข้อเข่า ปวดกล้ามเนื้อ ซึ่มเศร้า ไม่มีอารมณ์ทางเพศ ประจำเดือนมาไม่ปรกติ ภูมิแพ้ ปัญหาในการย่อยอาหาร ๆลๆ

โพรไบโอติกส์ชนิดที่นิยมรับประทานกัน มักเป็นเเบคทีเรียชนิดที่สามารถสร้างกรดแล็กทิกได้ (lactic acid) ซึ่งจะช่วยยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรค (pathogen) โดยประโยชน์โดยย่อของโพรไบโอติกส์ มีดังนี้

1. ช่วยรักษาและป้องกันโรคอุจจาระร่วงที่เกิดจากเชื้อไวรัส เชื้อ lactobacillus ช่วยรักษาโรคอุจจาระร่วงสามารถทำให้หายเร็วขึ้นประมาณ 1 วัน

2. ช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด โดย Lactobacillus acidophilus ซึ่งเป็นจุลินทรีย์กลุ่มบิฟิโดแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ ช่วยย่อยสลายคอเลสเตอรอล และยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลผ่านผนังลำไส้

3. ช่วยในการทำงานของลำไส้ เช่น ช่วยลดอาการท้องผูกได้ เกิดการกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ และช่วยเพิ่มความชื้นของอุจจาระ ทำให้สามารถขับถ่ายได้สะดวกมากขึ้น

4. ช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมในระบบย่อยอาหาร

5. สามารถผลิตวิตามินต่างๆ เช่น Vitamin B1, Vitamin B2, vitamin B6, Vitamin B12, biotin (vitamin H) nicotinic acid และ folic acid ได้

6. มีคุณสมบัติในการลดความดันโลหิตโดยออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ angiotensin-converting enzyme (ACE inhibitor) ส่งผลให้ความดัน
โลหิตลดลง

7. มีผลโดยตรงต่อการย่อยอาหาร ช่วยรักษาภาวะลำไส้รั่ว ที่มาของสิว ระบบภูมิคุ้มกันต่ำ เเละมีผลต่อการลดน้ำหนัก

(อ่านประโยชน์ของโพรไบโอติกส์ฉบับเต็ม http://www.calpis-lacto.com/assets/about/pdf/Journal_of_Royal_ThaiArmy_Nurses.pdf)

8 อาหารที่มีโพรไบโอติกส์ ที่มักได้รับการเเนะนำจากเเพทย์ทางเลือก

  • โยเกิร์ต
  • ชีสจากการบ่ม
  • คีเฟอร์หรือ บัวหิมะธิเบต
  • กะหล่ำปลีดอง หรือ sauerkraut ในภาษาฝรั่ง
  • มิโซะ หรือซุปเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น
  • เทมเป้ หรือ ถั่วเหลืองหมัก
  • กิมจิ
  • ผักดอง

549aa993461e462712b033881d6f4355185a13f2

คอมบูชะ

kefir1

คีเฟอร์

kimchi_im.png

กิมจิ

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยออกมาอย่างต่อเนื่องว่า ผู้ที่ลดน้ำหนักควบคู่กับการทานโพรไบโอกติกส์ ยังมีน้ำหนักที่ลดลงเร็วกว่าผู้ที่ควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียว เนื่องจากระบบลำไส้ที่ทำงานได้ดีขึ้น ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่ามีประสิทธิภาพ Cr. วารสาร British Journal of Nutrition เมื่อปี ค.ศ. 2004

อย่างไรก็ตาม เเม้โพรไบโอติกส์จะมีประโยชน์มากมาย การเลือกซื้อควรได้รับการศึกษามาเป็นอย่างดี เพื่อประโยชน์สงสุดที่ผู้บริโภคจะได้รับ เเละโพรไบโอติกส์เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถกำจัดพาโทเจนหรือเเบคทีเรียก่อโรคได้ หากมื้ออาหารยังคงประกอบไปด้วยอาหารที่เป็นอาหารของเเบคทีเรียเหล่านี้ เช่น น้ำตาล อาหารเเปรรูป เป็นต้น

เนื่องจากเเบคทีเรียเหล่านี้สามารถเเบ่งตัวได้เป็นล้านๆตัว ในเวลาอันรวดเร็ว นอกจากนี้ อาจารย์ของผู้เขียนยังเลยเล่าให้ฟังอีกว่า เเบคทีเรียพวกนี้มีสติปัญญามากกว่ามนุษย์ เพราะมันรู้จักวิธีหลบหลีกการทำลายล้างพวกมันเป็นอย่างดีT^T เเม้ว่าจะทานอาหารดีเเค่ไหน หากไม่ทำเป็นประจำมันก็ยังสามารถไปซ่อนเเอบตามเนื้อเยื่อในระดับที่ลึกลงไป โดยเฉพาะจุดต่างๆที่อ่อนเเอของร่างกาย

ดังนั้น การดูเเลอาหารเเบบองค์รวม จึงเป็นสิ่งสำคัญมากเป็นลำดับเเรกๆเลยละคะ 🙂

ขอบคุณที่มา http://www.foodnetworksolution.com


“15 ความลับ” ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ… ตลอดไป

“15 ความลับ”
ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ… ตลอดไป❗️

#ขออนุญาตนำเรื่องของคุณนกมาเเชร์นะคะ
…เมื่อ 3 เดือนที่เเล้ว….
คุณนกทักมาทางไลน์
บอกว่าเธอมีโรคประจำตัว
นั่นก็คือไทรอยด์

รู้สึกอึดอัด
อยากลดน้ำหนัก
จะทำอย่างไรดี ?

เราก็ไม่มีความรู้เฉพาะทางด้วย
เลยได้เเต่บอกคุณนกว่า
อ้อไม่ใช่หมอ
เเต่บอกได้ว่าอะไรคือยาดี

ยาที่รักษาได้ ทั้งร่างกายเเละจิต
สามารถรักษาทุกคนได้จริงๆ

ทุกอย่างมันง่าย
เเค่กลับไปสู่เบสิค
จากที่ที่เรามา
#คือธรรมชาตินั่นเอง

💁🏻วันนี้จะมาบอกความลับ
ที่ได้บอกคุณนกไป
เเละเธอได้ลอง
ทำเเล้วพบการเปลี่ยนเเปลง
เเบบที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต

#ถ้าเห็นว่าโพสนี้เป็นประโยชน์
อย่าลืมกดเเชร์ให้คนที่คุณรักนะคะ 🙂

15.1

1.ทานข้าวขาวให้น้อยลง
-คนไทยที่ไหนได้ยิน
คงจะพูดว่า บ้า
เป็นคนไทยไม่ให้กินข้าว
จะไม่มีการตอบโต้ในเรื่องนี้
เเต่อยากให้ทุกคนไปศึกษาด้วยตัวเองนะคะ
ข้าวขาว คือ สิ่งที่จะถูกเปลี่ยนไปเป็น
น้ำตาล เมื่อเข้าไปอยู่ในร่างกายของเรา
เราได้พลังงานจากน้ำตาล
เเต่เราทำร้ายตัวเองด้วยการ
ทำให้เลือดข้นขึ้นหนืดขึ้น
เเละเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมากมาย
เช่นเบาหวาน โรคอ้วน คลอเลเตอรอลสูง
ความดัน โรคหัวใจ มะเร็ง เป็นต้น

ดังนั้น ทานให้น้อยลงนะคะ 🙂

15.2

2.ทานข้าวกล้องเเทนข้าวขาวอาทิตย์ละ 3 วัน
-ข้าวกล้องมีไฟเบอร์ที่สูง
ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย
วิตามินบี 1 2 สูง ช่วยป้องกันโรคได้มากมาย

15.3.jpg

3.ทานถั่วหลากชนิด(เเบบดิบ)ให้มากขึ้น
ถั่วมีโปรตีนสูง
เเต่เป็นโปรตีนจากพืช
ที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้
เเละไม่มีสารเคมีชนิดที่สัตว์หลั่งออกมา
เวลาตกใจกลัวเมื่อโดนฆ่า
ดังนั้นคนที่เริ่มเปลี่ยนการกิน
ควรทานถั่วชนิดดี เช่น อัลมอลด์
มะม่วงหิมพานต์ เมล็ดทานตะวัน ฯลฯ เป็นต้น

15.4.jpg

4.ดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร
-เมื่อเลือดของเรามีความข้น
การเอาคาร์บอนไดออกไซด์ที่เราหายใจเข้ามา เเละมลพิษต่างๆก็ถูกขับออกได้ไม่ดีนัก

พูดง่ายๆคือ ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ร่างกายมีการสะสมพิษมากขึ้น

15.5.jpg

5.ออกกำลังกายบ้าง
ความเครียดจากร่างกายเเละจากจิตใจ
ต้องการถูกปลดปล่อยเป็นระยะ
การออกกำลังกายเป็นกิจวัตร
ทำให้ความเครียดสะสม
ถูกระบายออกไป
สารพิษสะสม
ถูกระบายออกไปกับเหงื่อ
เลือดลมไหลเวียนดี
เมื่อเลือดลมไหลเวียนดี
ก็ทำให้ระบบการขับสารพิษออกไปได้ดีเช่นกัน

15.6.jpg

6.งดอาหารจำพวกเเป้ง เบเกอรี่ นม
อาหารจำพวกเเป้งมียีสต์เป็นส่วนประกอบ
ทำให้เกิดการอักเสบภายในร่างกาย
ระบบการย่อยทำงานได้ไม่ดี
เพราะอาณาจักรของเเบคทีเรียชนิดดีถูกทำลาย
งดของพวกนี้ ภายใน 7 วัน
คนที่เป็นสิวเยอะๆสิวจะลด
ผู้หญิงที่ตกขาวจะมีระดูขาวน้อยลงทันที!

15.7.jpg

7.ทานน้ำส้มสายชูหมักเเอปเปิ้ล
-ในวงการเเพทย์ทางเลือก
น้ำหมักชนิดนี้มีคุณประโยชน์มากมาย
Dr.Tom Woo เเนะนำไว้ในหนังสือของท่าน
เป็นส่วนประกอบหลักในการขับนิ่วในถุงน้ำดี
(อ้อเป็นตัวอย่างของเคสนี้ ที่มีนิ่ว จึงมั่นใจ
ว่าน้ำหมักชนิดนี้ช่วยได้)
ผลที่ได้รับคือ
ร่างกายเกิดการอักเสบลดลง
มีความเป็นด่าง
สิวลดลง ระบบย่อยดีขึ้น(มาก)
เเละทำให้น้ำหนักลดลงโดยปริยาย

15.8.jpg

8.ดื่มน้ำปั่นผลไม้วันละ 2 เเก้ว
-น้ำปั่นผลไม้มีวิตามินสูงที่ร่างกายต้องกาย
มากมายหลายชนิด
ร่างกายต้องการวิตามินเป็นหลัก
จึงสามารถอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การปั่น ทำให้ร่างกายสามารถ
ดูดซับวิตามินเหล่านั้นได้ง่าย
เเละได้เต็มที่
เทคนิคคือค่อยๆจิบ
พยายามอย่าทานรวดเดียวหมดใน 5 นาที
(ซึ่งอันนี้ต้องบอกตัวเอง อิอิ)

15.9.jpg

9.ทานอาหารสดให้เยอะขึ้น
อาหารสดอร่อย
เเต่ยิ่งไปกว่านั้นคือความสด
อาหารสดเป็นอาหารที่มีชีวิต
เซลล์ทุกเซลล์ของเราต้องการอาหารที่มีคุณภาพ 
อาหารที่ทำให้เรามีชีวิต
ถ้าเราทานอาหารปรุงสุกหรืออาหารเเปรรูปเยอะๆ
เซลล์ของเราจะกลายเป็นเซลล์ที่ไม่มีคุณภาพ
ในร่างกายของเรามีเซลล์เป็นล้านเซลล์
ทำหน้าที่ทุกอย่างในทุกระบบ
หากเซลล์ทำหน้าที่ได้ไม่ดี
ท้ายที่สุดก็ก่อโรคมากมาย
เซลล์ต้องการชีวิต
อยากกระปี้กระเปร่า
มีพลังชีวิตเยอะๆควรทานอาหารสดเป็นประจำ

15.10.jpg

10. ดื่มน้ำ 1 เเก้วโตๆ ทันทีที่ตื่นนอน
ช่วย Flush ของเสียออกจากร่างกาย
พร้อมปัสสาวะเเละอุจจาระ
เพิ่มความสดชื่นได้ดี

15.11.jpg

11.ก่อนลืมตา อย่าเพิ่งจับมือถือ
ขอบคุณตัวเองในใจ
ที่ได้ตื่นมาพร้อมรับความสดใสอีกครั้ง
ความ Gratitudeหรือการสำนึกในบุญคุณ
จะช่วยให้ชีวิตของคุณมีเเต่ความราบรื่น
อย่างน่ามหัศจรรย์

15.12.jpg

12.หาเวลาอยู่กับตัวเอง ฟังเพลงที่มีข้อความให้พลังบวก
-การอยู่รายล้อมไปด้วยผู้คน
เเละสถานการณ์กดดันตลอดเวลา
ทำให้เราไม่มีช่องว่าง
ให้กับสติ จิตวิญญาณของเราได้พักผ่อน
คุณอาจเสียสละเงิน หรือเวลาบ้างเพื่อพักจริงๆ
เเต่นั่นคือการลงทุนที่ดีเเละคุ้มค่าที่สุด

15.13.jpg

13.เอาตัวเองออกจากผู้คนที่บั่นทอนชีวิต
-ชีวิตเรา เราคือคนเดียว
ที่มีความรับผิดชอบต่อมัน
ไม่มีใครสามารถทำร้ายเราได้
จนกว่าเราจะอนุยาต
ไม่มีใครทำให้เราโชคร้ายได้
นอกจากเราจะปล่อยให้มันเกิดขึ้น
คุณคือคนที่ control ชีวิตตัวเอง 100%

15.14.jpg

14.หาคนที่สามารถเเนะเเนวทางชีวิตในเเบบที่คุณอยากเป็น
-คนทุกคนสามารถเป็นครูให้เราได้เสมอ
เเต่ครูเเบบไหนละ
ที่เราอยากจะดำเนินรอยตาม
ทุกคนสามารถเป็นใครก็ได้
ตราบใดที่คุณมองเห็นภาพของคนคนนั้นชัดเจน
อยากเป็นคนมีสุขภาพดี
พูดคุยกับคนมีสุขภาพดี
อยากเป็นคนรวย
คุยกับคนรวยว่าเค้าคิดยังไง
อยากเรียนเก่ง
คบค้าสมาคมกับคนเรียนเก่ง
อยากไปท่องเที่ยว
เปิดประสบการณ์กับคนท่องเที่ยว
หาคนที่เป็นไอดอล
เเล้วก็อปปี้สิ่งที่เค้าทำเเบบ 100%
เเล้วคุณก็จะได้ความสำเร็จนั้นมาอย่างง่ายดาย

15.15.jpg

5. พูดกับตัวเองเเต่เรื่องดีๆ
คำพูดมีพลังมากกว่าที่คุณคิด
ถ้ามีคนชมว่าคุณสวย
ทันทีที่คุณตอบว่า
“อย่ามาโกหก”
คุณก็จะรู้สึกทันทีว่าคุณไม่สวย
เเต่ถ้าคุณขอบคุณคนที่ชมอย่างจริงใจ
พลังบวกที่คุณได้รับ
เเละคำพูดเสียงเล็กๆที่คุณบอกตัวเอง
คือการสอนจิตใต้สำนึกให้จดจำสิ่งเหล่านั้น
เเละเมื่อคุณเลิกพูดจาไม่ดี
ใส่ข้อความไม่ดีกับตัวเอง
เมื่อนั้นเเหละ สิ่งดีๆก็จะเกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

❤️15 ข้อนี้ เป็น 15 ข้อพื้นฐานที่ทุกคนควรทำ เพื่อเปลี่ยนเเปลงตัวเองไปสู่ตัวคุณในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า เหมือนที่คุณนกได้รับเเหละเพื่อนๆอีกหลายคนในเพจ

💁🏻คุณอาจจะทำไม่ได้ทุกข้อในครั้งเดียว เเต่การเปลี่ยนเเปลงย่อมนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเสมอ

#กดเเชร์ให้คนที่คุณรัก
เเละอย่าลืมกลับมาเเชร์ประสบการณ์ของตัวเองกับเรานะคะ😄😄

#ธรรมชาติบำบัดเปลี่ยนชีวิต
#สุขภาพดีจากภายใน

รัก,
อ้อ Beyond The Fit


สรุปวิธีเเก้ “ทุกปัญหา”…ที่ขัดขวางคุณจากการรักษาสิว

สำหรับวิธีการรักษาสิวเรื้อรังเเบบธรรมชาติ 100% อาจจะยังไม่ตอบโจทย์สำหรับคนยุคใหม่ ที่จำเป็นต้องใช้ชีวิตเเข่งอยุ่กับเวลา ดังนั้น การเตรียมตัวเรื่องอาหาร น้ำผลไม้ปั่น เเละอื่นๆ อาจเป็นปัญหา ที่ทำให้คนนั้นไม่สามารถหลุดออกจากวงโคจรสิวเรื้อรังได้…….

วันนี้อ้อเลยสรุปชาร์ทมาให้ดูกันง่ายๆ…
โดยจะมีทั้งปัญหาเเละข้อเสนอเเนะ ที่จะทำให้การรักษาสิวเรื้อรังเเบบถอนราก ไวขึ้น เเละหายทันใจคนยุคใหม่ สามารถนำไปปรับใช้กับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้ไม่ยาก

เพื่อการรักษาสิวที่ชิว เเต่ยังได้ผลดีไม่ต่างกับสายธรรมชาติบำบัด 100%

ขั้นตอนการรักษาสิวถึงราก

ปัญหาที่พบ

ข้อเสนอแนะ

Step 1:ดื่มน้ำอย่าง้อยวันละ 2 ลิตร (ความสำคัญของน้ำ) -ขี้ลืม -พกขวดน้ำติดตัวทุกที่ ทุกเวลา
Step 2:ดื่มน้ำปั่นดีท็อกส์ร่างกาย (สูตรอยู่ในเพจ Beyond The Fit With Aor) -ไม่มีเวลาเตรียมผลไม้/ไม่มีเวลาปั่น -ยาต้มสมุนไพรบ้านแพ้ว(สนับสนุนสินค้าจากกลุ่มชุมชน)

-Acera Detox All In One ดีท็อกส์ ผงผลไม้สกัดชงแล้วดื่มก่อนนอน

Step 3:เข้านอนก่อน 4 ทุ่ม -ทำงานเพลิน/เล่นมือถือดึก -ตั้งนาฬิกาเตือน/บอกตัวเองว่าเลทได้ไม่เกิน 1 ชั่วใง
Step 4:หยุดทายารักษาสิว -ขาดความมั่นใจเวลาสิวขึ้น -ฝึกฝน Self-Talk บอกรักตัวเองในวันที่ตัวเองไม่Perfect

ทานขมิ้นชันลดการอักเสบในร่างกาย

-ทานสะเดาอัดเม็ดเพื่อการอักเสบ ความร้อน ที่เป็นสาเหตุของสิวอักเสบ

Step 5:ล้างหน้าให้สะอาด -ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ไม่แน่ใจว่าดีรึเปล่า -ใช้น้ำมันมะพร้าวแทนคลีนซิ่งออยล์

-ใช้สบู่/โฟมที่มีความอ่อนโยน ค่าPHต่ำ (เลี่ยง SLS ที่มีอยู่ในโฟมล้างหน้าทั่วไป)

-ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเป็นโทนเนอร์ เพื่อปรับค่าสมดุล PH บนใบหน้า

Step 6: งดผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม -ชอบทานนมวัว/โยเกิร์ตเป็นประจำ -ทานนมอัลมอนด์/กรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติแทน
Step 7: งดเบเกอรี่/อาหารที่มีน้ำตาลสูง -ชอบทานอยู่แล้วเป็นชีวิตจิตใจ ขาดเธอไปฉันจะอยู่ได้อย่างไร? -หัดทำขนมไว้ทานเอง

-หาตัวเลือกขนมเพื่อสุขภาพ เช่น ถั่วอัลมอนด์ มะม่วงหิมพานต์ เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น

Step 8: งดของทอดโดยเด็ดขาด -ของทอดอร่อย ของไม่ทอดทานแล้วเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง ศึกษาข้อเสียของไขมันทรานส์

-ศึกษาสาเหตุของการเกิดมะเร็ง

-ศึกษาสาเหตุของความอ้วน

-ศึกษาสาเหตุของการเกิดสิว

Step 9: เปลี่ยนผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้ปลอดพาราเบน(วัตถุกันเสีย) แอลกอฮอล์ น้ำหอม และอื่นๆ -สกินแคร์ออแกนิคราคาสูง

 

-เข้าใจว่าทำไมครีมในท้องตลาดถึงราคาถูกและเป็นที่มาของสิวเรื้อรัง

-เลือกใช้สินค้าจากผู้ผลิตที่ไว้ใจได้

Step 10:งดเครื่องสำอางค์ที่มีสารพาราเบน(วัตถุกันเสีย) แอลกอฮอล์ น้ำหอม และอื่นๆ เครื่องสำอางค์ออแกนิคราคาสูง

 

-แต่งหน้าให้น้อยลง

-เลือกใช้เครื่องสำอางออแกนิค Aphrodite เพื่อลดการซึมซับสารเคมีเพิ่มเติมระหว่างการดีท็อกส์สารพิษในทุกๆวัน

Step 11: ไม่แกะ แคะ เกาสิว -ติดนิสัย ชอบเผลอ -นึกภาพมือที่มีแบคทีเรียขนาดเล็กยั้วเยี้ยเต็มไปหมดบนมือ เสมอเวลาที่จะเอามือจับหน้า
Step 12: ขับถ่ายให้เป็นปกติทุกๆเช้าก่อน 7 โมง -ท้องผูก -ปรับเรื่องอาหารเป็นหลัก ทานอาหารที่มีไฟเบอร์เยอะๆ งดโปรตีน เนื้อสัตว์ให้มากที่สุด

-ดื่มน้ำปั่นผลไม้วันละ 2 แก้ว เช้าเย็น

-ดีท็อกส์ปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร

-ดื่มน้ำเลมอนผสมน้ำปุ่น 1 แก้วโตๆทันทีที่ตื่นนอน

-ทานคีเฟอร์นม หรือคีเฟอร์น้ำมะพร้าว

-ทานอาหารจำพวกโพรไบโอติกส์ เช่น กรีกโยกิร์ต คอมบูชะ

Step 13: นั่งสมาธิ ทำจิตใจให้สงบ ให้อาหารพลังชีวิตด้วยการฝึกหายใจ ลึก-ยาว -จิตใจไม่สงบ นั่งแล้วล้มเลิกตลอด

-ไม่มีเวลา

-ถ้าจิตฟุ้งซ่าน ไม่ต้องหยุดความคิด แต่ให้เฝ้ามองความคิดนั้น จินตนาการนั้นไปเรื่อยๆ จะดีขึ้น ความคิดจะหยุดเอง

-ทุกอย่างต้องมีการฝึกฝน ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ สมาธิก็เช่นกัน ฝึกมากได้มาก ฝึกน้อยได้น้อย ความม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญ

ทางลัดจะช่วยให้คุณไปถึงจุดมุ่งหมายได้เร็วขึ้น…เเต่การได้ชื่นชมความสวยงามของการเดินทางระหว่างนั้น ก็สวยงามไม่เเพ้กัน  เริ่มก้าวที่ 1 เมื่อไหร่ คุณก็ใกล้จุดมุ่งหมายไปอีก 1 ก้าว เริ่มวันนี้…หายวันนี้ มาสู้ไปด้วยกันนะคะ 🙂

ปรึกษาปัญหาสิวเรื้อรังกับอ้อเเบบส่วนตัวได้ที่ http://line.me/ti/p/3XTF_u2hlC

อ้อ Beyond The Fit

*****ผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้******
ผลิตภัณฑ์ดีท็อกส์: ยาต้มสมุนไพรล้างลำไส้/ Acera Detox All In One ดีท็อกส์ ผงผลไม้สกัดชงแล้วดื่มก่อนนอน
เครื่องสำอางออแกนิค: รองพื้นเนื้อมูสผสมกันแดด SPF 50 Pa+ / แป้งพัฟ/แป้งฝุ่น ย่อยสลายได้เองภายใน 12 ชั่วโมง /ลิปสติคสารสกัดจากสีดอกไม้/ บลัชออนสารสกัดจากสีดอกไม้ ผสมอัญมณี
สามารถหาซื้อได้ที่ร้าน We Serve Organic ได้ที่ไลน์
Line: @weserveorganic (มี@)
หรือคลิกลิงค์เพื่อศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ https://www.facebook.com/weserveorganic/
———————————————————————————–

เท้าเปล่าบนพื้นหญ้า คือ ยา ที่ราคาถูกที่สุด

         Earthing/ Grounding คือ การยืนเท้าเปล่าบนพื้นหญ้า ที่อาศัยกฎการทำงานของสนามพลังของโลกเป็นหลัก ผ่านการเชื่อมต่อระหว่างพื้นโลกกับร่างกายมนุษย์ คือการปรับจูนคลื่นความถี่ของสองพลังงานเข้าด้วยกัน นั่นก็คือ ธรรมชาติ (พลังงานสูง) ตัวมนุษย์ (พลังงานที่รอการปรับจูน)

วิธีการก็ง่ายๆเลยค่ะ ไม่มีอุปกรณ์ ถอดรองเท้าบนพื้นหญ้า จะยืนเฉยๆฝึกหายใจ หรือเดินไปบนพื้นหญ้าเลยก็เเล้วเเต่สะดวกเเละความชอบ

ประโยชน์ของการ Earthing/ Grounding จากหลายๆเเหล่งมักให้ข้อมูลตรงกันว่า ช่วยทำให้นอนหลับง่ายขึ้น ลดอาการอักเสบ บำรุงหัวใจ ผ่อนคลายความเครียด ปรับสมดุลฮอร์โมน เเละทำให้อ่อนเยาว์กว่าวัยจ้า (ดูได้จากลิงค์ด้านล่างนี้เลย)

ซึ่งจากประสบการณ์ที่เคยทำ มันดีจริงๆนะอย่างเเรกที่เรารู้สึกได้ คือความผ่อนคลายทันทีที่ได้สัมผัสความเย็นของหญ้า ความสดชื่น เเละการตื่นนอน(เพราะสะดุ้งด้วยความเย็น5555555)

ประโยชน์ถัดมาที่อ้อสังเกตุได้คือ เราได้เชื่อมต่อกับร่างกายของเราจริงๆ ซึ่งส่วนตัวคิดว่ามันมาจากการที่เรายืนลงไปเเน่นๆอย่างมั่งคง รวมถึงสภาพเเวดล้อมในสวนทำให้เรารู้สึกปลอดภัย จุดโฟกัสของเราจึงอยู่ที่ร่างกายเท่านั้น ซึ่งมันทำให้เรามีสติขึ้นมามาก เช่นเดียวกับการนั่งสมาธิ

IMG_8448นอกจากนี้ หลังจากทำไปสักพัก รู้สึกได้ว่าความเครียดที่เคยมีมันจะมีน้ำหนักเบาลง หายใจช้าลง ยาวขึ้น อารมณ์ดีขึ้น (ซึ่งมันมีคำอธิบายทางวิทย์เยอะเเยะมากมายเกี่ยวกับการไหลเวียนเเละถ่ายโอนพลังงานของกระเเสไฟฟ้า อันนี้ขอให้เพื่อนๆไปศึกษากันเอง)

จริงๆเเล้วมันเหมือนกับการ ย้อนกลับไปเป็นเด็ก จริงมั้ย?

เวลาเป็นเด็ก เราวิ่งเล่นบนพื้นหญ้า รองเท้าก็ไม่ใส่ จะวิ่งไปไหนก็เป็นอิสระ การเดินเท้าเปล่านี่ก็เหมือนกัน ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนวัยเลยจริงๆ

IMG_8447

ไม่ว่าประสบการณ์ใดๆก็ตาม หากมันทำให้เราอยากกลับไปมีประสบการณ์เเบบนั้นอีก มันน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ให้พลังบวกเราได้มากสุดๆเลย เเล้วการเดินเท้าเปล่าบนพื้นหญ้าเขียวๆ ก็เป็นหนึ่งในนั้นจริงๆ 🙂


4 ความลับ ที่เเม้จะยาก เเต่ถ้าทำได้ สิวหายตลอดชีวิตโดย Dr. Josh Axe

 

Dr. Josh Axe คือ คุณหมอ, นักกายภาพ, นักโภชนาการเเละนักเขียน ที่โด่งดังมากในการรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด เเละเป็นหมอท่านถึ่งที่หลงใหลในการเเพทย์เเบบผสมผสานเเละการใช้อาหารเเทนการใช้ยา โดยผลงานการเขียนของ Dr. Axe มักจะเน้นถึงการรักษาโรค “ลำไส้รั่ว” หรือ “Leaky Gut” ที่เป็นสาเหตุของโรคทั้งหลายเเหล่ โดยเฉพาะ “สิว”
Leaky Gut หรือลำไส้รั่ว คืออะไร?
Image result for intestinal tight junction malfunction คือ
Image result for intestinal tight junction malfunction คือ

 

ลำไส้รั่ว หมายถึง การรั่วซึมของสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในลำไส้เล็ก เข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต(ไม่ใช่ลำไส้ทะลุ คนละอย่างกันนะคะ) ซึ่งปกติเเล้วสารอาหารต่าง ๆ เมื่อถูกย่อยดีแล้วก็จะถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้เล็ก เข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต เพื่อให้ร่างกายนำสารอาหารเหล่านี้ไปใช้

ตามปกติเซลล์บุผนังและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของลำไส้เล็กจะทำหน้าที่คอยป้องกัน และจะยินยอมให้เฉพาะสารอาหารที่ย่อยแล้วอย่างสมบูรณ์ รวมทั้งเกลือแร่และวิตามินเท่านั้น ที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตของร่างกายได้

โรคลำไส้รั่ว จึงหมายถึงภาวะที่ลำไส้ที่ช่องว่างให้ของเสีย เเบคทีเรียในลำไส้หลุดรั่วเข้าสู่ระบบเลือด จึงก่อให้เกิดการอักเสบไปทั่วร่างกาย เป็นที่มาของโรคอื่นๆ โดยเฉพาะสิว

เพราะเมื่อเลือดไหลไปทั่วร่างกาย เชื้อโรค สิ่งสกปรก ก็ทำให้เกิดการอักเสบกันไม่หยุดไม่หย่อน เเล้วผิวหน้า เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่มีความบอบบาง จึงเป็นที่ที่เพอเฟ็กมากสำหรับการอักเสบ (ไว้มีเวลาจะมานั่งเเปลต่อของ Leaky Gut นะคะ)

เเต่วันนี้อ้อจะมาสรุป 4 วิธีที่หากทำได้จะช่วยรักษา สิว ได้หายดีตลอดชีวิต 🙂 โดยสูตรของ DR.Axe ผู้เชี่ยวชาญเรื่อง Leaky Gut คนนี้ (ถึงจะยากหน่อยสำหรับผู้เริ่มต้น เเต่ก็พอรู้เเนวทางเเล้วเนอะว่ามันจะช่วยได้จริงๆ)
1. ตัดอาหารเหล่านี้ออกจากเมนูที่คุณทาน
 -น้ำตาล (เป็นอาหารของยีสต์เเละเเบคทีเรีย)
-อาหารจำพวกเเป้ง (สารกลูเตนในเเป้ง ทำให้เกิดการอักเสบภายในลำไส้เล็ก)
-น้ำมันเลวที่มีไขมันทรานส์ (ใช้น้ำมันมะพร้าวเเทนในการปรุงอาหาร)

2. ควรทานอาหารต่อไปนี้-อาหารที่มีไฟเบอร์สูง (ไฟเบอร์ช่วยฆ่าเเบคทีเรียร้ายๆ ช่วยทำความสะอาดลำไส้ เช่น เมล็ดเจีย อัลมอนด์เเละผัก ถั่วงอก เมล็ดพืชต่างๆ)

-ทานอาหารที่มีโปรตีนดี มีคุณภาพ เช่น เนื้อสัตว์ออเเกนิค
-ทานน้ำมันดี นั่นก็คือมะพร้าว (เพื่อฆ่าเเบคทีเรียร้ายๆในร่างกาย ที่จะทำให้สิวหายได้เร็วขึ้น)
3. อาหารเสริม
-ทานโพรไบโอติกส์คุณภาพที่ดี (เพิ่มฆ่าเเบคทีเรียชนิดร้ายๆ เเละเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย) เช่น คีเฟอร์ ผักผลไม้หมัก
-ทานZinc (เพื่อปรับการทำงานของลำไส้ กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย) ทานวันละ 50 มิลลิกรัม/วัน
-ทานอาหารเสริมจำพวกสารเอนตี้ออกซิเด้น โดยเฉพาะ อัลเดอร์เบอรรี่ (Elderberry) วันละ 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำปั่นผลไม้
4. ล้างหน้า
-ล้างหน้าด้วยน้ำมันทีทรี (Tea tree oil)
ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญคนไหน
สุดท้ายเเล้วการเเก้ปัญหาผิว เรื่องสิวๆ
ก็หนีไม่พ้นการปรับพฤติกรรมการกิน การใช้ผลิตภัณฑ์อยู่ดี จริงมั้ยคะ
คำเเนะนำต่างๆ คือการปรับสมดุลของการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายให้เป็นปกติ
ให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

Source: https://www.youtube.com/watch?v=_m0Zs2vrybs

Dr. Josh Axe