กว่าจะรู้ตัวว่าเเพ้อาหาร!!…ก็เมื่อรักษาสิวเรื้อรังไม่หายสักที

อ้อเป็นคนนึง ที่ชอบทานมาก เติบโตมากับครอบครัวที่มีร้านอาหาร ชอบทำอาหารเเละกำลังมีโปรเจคจะทำร้านอาหาร(เเต่รอบนี้คงขอเเบบที่เฮ้ลตี้หน่อย) เพราะฉะนั้น จึงกินได้ทุกอย่างไม่เลือก …โดยเฉพาะของหวานเเละอาหารประเภทเเป้ง
พอมาศึกษาสาเหตุของการเป็นสิวของตัวเอง ทีเป็นมาตลอด
พบว่าตนเองมีภาวะลำไส้รั่วเเละการสะสมสารพิษในร่างกายค่อนข้างเยอะ 

…รู้ได้อย่างไรว่าตนเองมีการสะสมสารพิษเยอะ (สังเกตุดูนะคะ ว่าตนเองมีปัจจัยใดบ้างในลิสต์)

1.ความเครียด ทำให้ร่างกายสร้างสารพิษเอง สะสมอยู่ตามจุดต่างๆของร่างกาย

2.ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล ประจำเดือนมาไม่ปกติ ซึ่งสาเหตุหนึ่งคือการติดสเตียรอยด์ เเละการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารกันบูดที่สัมผัสกับร่างกายของตัวเองตลอดเวลา เช่น ในเครื่องสำอางค์ ยาสีฟัน ลิปสติค โลชั่น น้ำยาทาเล็บ-ล้างเล็บ เป็นต้น

3.มีกลิ่นปาก กลิ่นตัว

4.ระบบการย่อยไม่ค่อยดี น้ำหนักขึ้นลงง่าย

5.ท้องผูกเป็นประจำ

6.ได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ทำให้ตับอ่อนเเอ ทำงานหนัก ไม่สามารถขับสารพิษออกได้ตามปกติ (เมื่อภูมิคุ้มกันต่ำลง ร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับสิ่งเเปลกปลอมได้ทำให้ติดเชื่อไวรัสเหล่านี้ได้ง่าย)

7.มีอาการวิงเวียนศีรษะ เมื่อออกกำลังกายเเบบยืดเส้น โยคะ

8.นอนหลับยาก

เมื่อตัดสินใจรักษาสิวเเนวอายุรเวช ที่มีการดีท็อกส์ร่างกาย เปลี่ยนการกินเเนวธรรมชาติ หันมากินของสดมากขึ้น (ปรึกษาวิธีการดีท็อกส์ @weserveorganic) ผลที่ได้รับคือสิวอักเสบดีขึ้นมากๆ จากที่ตื่นมาสิวไม่มีหัวสีเเดงบวมเป่ง จุดต่างๆไม่ซ้ำกัน มีอาการเจ็บ ค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะความร้อนในร่างกายเริ่มถูกกำจัดออกไป สารพิษเริ่มถูกกำจัดออกไปเรื่อยๆ เริ่มใจชื้นขึ้นมาเยอะ
เเต่เเล้ว…สิวมันก็ยังไม่หายไป เพราะหลังจากช่วงดีท็อกส์ ก็ยังไม่ได้ตัดอาหารบางประเภท เช่น นม ไข่ อาหารเผ็ด เเละอาหารเเปรรูปจำพวกเเป้ง เส้น เเละเบเกอรี่(เเม้จะทานไม่บ่อย) พบว่าตัวเองยังมีสิวหัวขาว สิวเม็ดเล็กๆ มีหัวบ้างไม่มีหัวบ้าง สิวอักเสบเล็กๆตามเเก้ม มีขึ้นมาตลอดประปรายไปเรื่อยๆ จนเกิดอาหารสงสัยว่าเอ้ะ เราก็ทานอาหารดีเเล้วนะทำไมยังไม่หายอีกละ เริ่มท้อใจเเล้วนะ!!
จนมาถึงจุดที่สงสัยว่า….เอ้ะ! นี่เราเเพ้อาหารที่เรากินอยู่ทุกวันรึเปล่า???? เพราะเราเกิดมาเราไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเเพ้อาหารชนิดไหน จึงเริ่มคิดเเล้วว่า อาจจะต้องงดอาหารพวกนี้ทีละตัวดู เเล้วดูว่าเราเเพ้อันไหนอยู่บาง
เริ่มเลยค่ะ เริ่มกันที่อาหารเผ็ด อ้อมีร้านประจำที่ไปสั่งพวกยำสลัด ส้มตำ ตำผลไม้ ต้มยำเห็ด เเละที่ทำเองบ้างที่ใส่น้ำพริกข่า(ของโปรด) ลองงดพวกนี้ดูเเค่ 7 วัน มาเลยค่ะ สิวอักเสบสีเเดงเล็กๆที่ตามมาหลอกหลอนตามเเก้ม หาย!!!!!!!! มันหายจริงๆ เพราะคุณหมอที่เคยไปฝังเข็มปรับสมดุลร่างกายด้วย เค้าเคยถามว่า ชอบทานอาหารเผ็ดเป็นประจำรึเปล่า มีผลต่อการเป็นสิวนะ ถึงเวลาเรียนรู้เลย เกี่ยวจริงๆ
ตัวที่สอง คือ ไข่ …อันนี้เเล้วเเต่คนนะคะ อ้องดจากทานทุกวัน วันละ 1-2 ฟอง ติดไข่มาก ช่วงที่ไม่ทานเลย 7 วัน สิวก็ยุบนะ เเต่บอกไม่ได้ว่าจุดไหน มันเป็นสิวที่กระจายทั่วไป หลังๆอยากมากๆก็ลดเหลืออาทิตย์ละ 2-3 ฟองต่ออาทิตย์ รู้สึกโอเคมากขึ้นค่ะ สิวน้อยลง
ตัวที่สาม เบเกอรี่ ส่วนตัวเป็นคนชอบทานอาหารอะไรก็จะทานซ้ำๆ เพราะฉะนั้นเบเกอร์รี่จะเป็นชนิดเดียวเลยคือบราวนี่ ปกติรู้ตัวอยู่เเล้วว่าเวลาทานไป ลำไส้จะได้ยินเสียงโครกครากๆ (ไม่รู้คนอื่นเป็นรึเปล่า) พอข้ามวันปุ้ป มาเลยค่ะ สิวที่คาง (มันเร็วจริงๆ) เเละรวมถึงตัวที่สี่ด้วย คือ อาหารประเภทข้าวขาวเเละเส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นสปาเกตตี้ด้วย จะขึ้นที่คางตลอดเลย ซึ่งนั่นหมายถึงว่า อาหารจำพวกน้ำตาล ถ้าอ้อทาน สิวที่คางจะขึ้นเเบบทันทีข้ามวัน เพราะฉะนั้น 7 วันที่งดเบเกอรี่เเละของหวาน สิวที่คางหาย!!!!
ตัวที่ห้า คือ นม ตัวนี้ตัดก่อนได้ไวที่สุด (เเต่เอามาเขียนท้ายสุด) เป็นคนที่ย่อยนมไม่ค่อยดีค่ะ ทานนมวัวเเล้วท้องเสีย อีกอย่างพอทานเเล้วสิวขึ้นประปรายทันทีเป็นเเบบไม่มีหัว เพราะนมมีฮอร์โมนกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานหนักมากขึ้น ทำให้หน้ามัน หน้าเเห้ง เกิดการเป็นสิวตามมา อ้อหยุดตัวนี้ได้ค่อนข้างไว เพราะรู้ว่าตัวเองเเพ้ไวค่ะ
เพื่อนๆอาจมีอาการเเพ้อาหารไม่เหมือนกัน สิ่งหนึ่งคือคนที่เป็นสิวเรื้อรัง มักมีภูมิต้านทานที่ต่ำกว่าคนอื่นๆ จึงเป็นเหตุให้ร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับสิ่งเเปลกปลอมได้ดีนัก ทำให้เป็นสิวตามมาได้ง่ายๆ
วิธีทดสอบอาการเเพ้อาหาร คือการหยุดทานอาหารเหล่านั้นทีละตัวค่ะ ถ้าหยุดเเล้วสิวดีขึ้นเเสดงว่าเเพ้ ส่วนตัวอ้อทำเองครั้งละ 3วันก็เห็นผลละ เพื่อนๆอาจทำนานถึง 7 วันก็จะได้ผลลัพท์ที่ชัดเจนกว่า สำคัญมากที่เราต้องรู้ จะได้ไม่เสียเวลารักษาสิวนานๆนะคะ
มีคำถามเพิ่มเติมหรือปรึกษาอ้อ ยินดีให้คำเเนะนำ…สามารถอินบ็อกส์เข้ามาได้ในเพจเลยจ้า 🙂
อ้อ Beyond The Fit

 


ทานถั่วอัลมอนด์ ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ??

พูดถึงถั่ว “อัลมอนด์” บ่อยมาก
วันนี้มาดูข้อมูลเชิงลึกกันอีกสักหน่อยดีกว่า
ว่าอัลมอนด์นี้…มันดียังไง 🙂
หลายๆคนรู้เเล้วว่าถั่วอัลมอนด์ ถือเป็นของว่างช่วงลดน้ำหนักที่ดีมากๆ (รวมถึงเวลาที่ไม่ได้ลดน้ำหนักด้วย)
เพราะอะไรนะหรือ ไปดูคำตอบกันจ้า
——
1. เป็นของว่างที่อิ่มท้อง
ถั่วอัลมอนด์ทานเเเล้วอิ่มนาน ช่วยลดความหิวโหยระหว่างวันได้ในช่วงที่เราคุมอาหาร เพราะอัลมอนด์ เป็นถั่วเปลือกเเข็งเเละมีไขมันดีอยู่ จึงทำให้อิ่มท้องนาน ระงับความหิวได้ดีมากๆ ลดการกินจุบกินจิบ
2. มีคุณค่าทางอาหารสูง
อัลมอนด์มีคุณค่าทางอาหารสูง เเละสูงกว่าถั่วชนิดอื่น ๆ มากด้วย เป็น 1 ใน 10 ของ super Food หรือสุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญที่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้น และแถมยังมีปริมาณที่มากเสียด้วย เช่น คาร์โบไฮเดรต กรดไขมันอิ่มตัวเเละไม่อิ่มตัว วิตามินบี 1 2 3 5 6 9 ธาตุเหล็ก เเคลเซียม เเมงกานีส โพเเทสเซียม เเมกนีเซียม ฟอสฟอรัส เป็นต้น
3.ให้พลังงานสูง
อัลมอนด์เป็นถั่วที่มีโปรตีนสูงมาก จึงให้พลังงานเเก่ร่างกาย ซึ่งมีประโยชน์ในเรื่องของการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างความเจริญเติบโต ช่วยรักษาสมดุลของกรดด่างในร่างกาย ฯลฯ
 
4. ปริมาณไขมันดีสูง
ถึงเเม้ว่าใน 100 กรัมจะมีไขมันมากถึง 49.42 กรัม (เยอะมาก) แต่น่าประหลาดใจที่มันสามารถช่วยลดน้ำหนักและความอ้วนได้จริง ๆ เพราะมีปริมาณไขมันชนิดไม่อิ่มตัวตัวสูงมากกว่าไขมันชนิดอิ่มตัวกว่า 10 เท่า
มีงานวิจัยจาก International Journal of Obesity พบว่าผู้ที่รับประทานอัลมอนด์วันละ 70 เมล็ดอัลมอนด์จะช่วยลดรอบเอวได้ถึง 7 นิ้ว !! ซึ่งมากกว่าผู้ที่ไม่รับประทานถึง 2 นิ้ว ทั้งนี้เป็นเพราะว่าการรับประทานอัลมอนด์จะช่วยลดการทานจุบจิบหรือขนมขบเคี้ยว และลดระดับไขมันเลวได้เป็นอย่างดี
5.ช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกาย
อัลมอนด์ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย ช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) และลดระดับไขมันเลว (LDL) ในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
โดยงานวิจัยจากสถาบันชั้นนำในอเมริกาและยุโรปพบว่า การรับประทานอัลมอนด์วันละ 1 หยิบมือจะช่วยลดระดับไขมันเลวได้ถึง 4.4% แต่ถ้ารับประทานวันละ 2 หยิบมือก็จะช่วยลดระดับไขมันเลวได้ 9.4%
6.ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
อัลมอนด์ ช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้ถึง 30-50% เพราะช่วยในการหลั่งอินซูลินหลังอาหาร ทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดที่เพิ่มขึ้นถูกดูดซึมเก็บไว้ที่ตับและเนื้อเยื่ออื่น ๆ จึงมีผลทำให้สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้
—-
วิธีทานถั่วอัลมอนด์ที่ได้ผลมากที่สุด
(ทานปกติก็ดีอยู่เเล้ว…ยังมีวิธีทานที่ดีกว่านี้อีก!)
#คือน้ำไปแช่น้ำ(เเล้วทาน)
หรือนำอัลมอลด์ที่เเช่น้ำเเล้วปั่นเป็นนมอัลมอลด์ค่ะ
ถั่วอัลมอนด์ที่เเช่น้ำ
จะย่อยง่ายกว่า โดยวิธีการคือ
นำเมล็ดอัลมอนด์สะอาด
ไปแช่น้ำทิ้งไว้ข้ามคืน
จากนั้นสามารถนำมาทาน
หรือทำนมอัลมอนด์ได้
โดยปั่นรวมกับน้ำสะอาด
แล้วกรองแยกกาก
โดยน้ำอัลมอนด์จะมีประโยชน์
มากกว่าการทานอัลมอนด์ปกติ
เพราะปกติเปลือกอัลมอนด์
มีสีน้ำตาลที่ห่อหุ้มเมล็ด
จะมีสารยับยังให้ปล่อยเอนไซม์
เพื่อให้งอกต้นอ่อน
หลังจากแช่น้ำแล้ว
สารอาหารในอัลมอนด์จะเพิ่มขึ้น
เป็นการเลียนแบบธรรมชาติ
ที่ให้ความชุ่มชื้น
กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
ทำให้เมล็ดงอกเป็นต้นอ่อน
ร่างกายเราก็จะย่อย
และดูดซึมสารอาหารเหล่านั้นได้
แถมเนื้ออัลมอนด์ยังนิ่มอีกด้วยนะเออ
——
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอัลมอนด์จะมีประโยชน์มากก็จริง แต่มันก็มีข้อเสียที่คุณควรจะรู้ไว้ เนื่องจากถั่วชนิดนี้มีสารออกซาเลต (Oxalates) ซึ่งการได้รับเข้าไปในปริมาณอาจจะไม่เป็นผลดีต่อร่างกายเท่าไหร่ และสำหรับผู้ที่มีปัญหาโรคไตหรือถุงน้ำดีด้วยแล้ว ก็ควรจะหลีกเลี่ยงการรับประทานอัลมอนด์ไว้ก็จะดีที่สุด
ขอบคุณที่มา medthai.com ด้วยค่ะ
——
อยากผอมอยากสุขภาพดี
อย่าลืมหาของว่างดีๆอร่อยๆมาเคี้ยวเพลินให้ดีต่อใจกันนะคะ
#สุขภาพดีจากภายใน
#ธรรมาติบำบัด
#หุ่นดีอยู่ในครัว
รักทุกคนมากมาย,
อ้อ Beyond The Fit

“15 ความลับ” ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ… ตลอดไป

“15 ความลับ”
ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ… ตลอดไป❗️

#ขออนุญาตนำเรื่องของคุณนกมาเเชร์นะคะ
…เมื่อ 3 เดือนที่เเล้ว….
คุณนกทักมาทางไลน์
บอกว่าเธอมีโรคประจำตัว
นั่นก็คือไทรอยด์

รู้สึกอึดอัด
อยากลดน้ำหนัก
จะทำอย่างไรดี ?

เราก็ไม่มีความรู้เฉพาะทางด้วย
เลยได้เเต่บอกคุณนกว่า
อ้อไม่ใช่หมอ
เเต่บอกได้ว่าอะไรคือยาดี

ยาที่รักษาได้ ทั้งร่างกายเเละจิต
สามารถรักษาทุกคนได้จริงๆ

ทุกอย่างมันง่าย
เเค่กลับไปสู่เบสิค
จากที่ที่เรามา
#คือธรรมชาตินั่นเอง

💁🏻วันนี้จะมาบอกความลับ
ที่ได้บอกคุณนกไป
เเละเธอได้ลอง
ทำเเล้วพบการเปลี่ยนเเปลง
เเบบที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต

#ถ้าเห็นว่าโพสนี้เป็นประโยชน์
อย่าลืมกดเเชร์ให้คนที่คุณรักนะคะ 🙂

15.1

1.ทานข้าวขาวให้น้อยลง
-คนไทยที่ไหนได้ยิน
คงจะพูดว่า บ้า
เป็นคนไทยไม่ให้กินข้าว
จะไม่มีการตอบโต้ในเรื่องนี้
เเต่อยากให้ทุกคนไปศึกษาด้วยตัวเองนะคะ
ข้าวขาว คือ สิ่งที่จะถูกเปลี่ยนไปเป็น
น้ำตาล เมื่อเข้าไปอยู่ในร่างกายของเรา
เราได้พลังงานจากน้ำตาล
เเต่เราทำร้ายตัวเองด้วยการ
ทำให้เลือดข้นขึ้นหนืดขึ้น
เเละเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมากมาย
เช่นเบาหวาน โรคอ้วน คลอเลเตอรอลสูง
ความดัน โรคหัวใจ มะเร็ง เป็นต้น

ดังนั้น ทานให้น้อยลงนะคะ 🙂

15.2

2.ทานข้าวกล้องเเทนข้าวขาวอาทิตย์ละ 3 วัน
-ข้าวกล้องมีไฟเบอร์ที่สูง
ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย
วิตามินบี 1 2 สูง ช่วยป้องกันโรคได้มากมาย

15.3.jpg

3.ทานถั่วหลากชนิด(เเบบดิบ)ให้มากขึ้น
ถั่วมีโปรตีนสูง
เเต่เป็นโปรตีนจากพืช
ที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้
เเละไม่มีสารเคมีชนิดที่สัตว์หลั่งออกมา
เวลาตกใจกลัวเมื่อโดนฆ่า
ดังนั้นคนที่เริ่มเปลี่ยนการกิน
ควรทานถั่วชนิดดี เช่น อัลมอลด์
มะม่วงหิมพานต์ เมล็ดทานตะวัน ฯลฯ เป็นต้น

15.4.jpg

4.ดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร
-เมื่อเลือดของเรามีความข้น
การเอาคาร์บอนไดออกไซด์ที่เราหายใจเข้ามา เเละมลพิษต่างๆก็ถูกขับออกได้ไม่ดีนัก

พูดง่ายๆคือ ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ร่างกายมีการสะสมพิษมากขึ้น

15.5.jpg

5.ออกกำลังกายบ้าง
ความเครียดจากร่างกายเเละจากจิตใจ
ต้องการถูกปลดปล่อยเป็นระยะ
การออกกำลังกายเป็นกิจวัตร
ทำให้ความเครียดสะสม
ถูกระบายออกไป
สารพิษสะสม
ถูกระบายออกไปกับเหงื่อ
เลือดลมไหลเวียนดี
เมื่อเลือดลมไหลเวียนดี
ก็ทำให้ระบบการขับสารพิษออกไปได้ดีเช่นกัน

15.6.jpg

6.งดอาหารจำพวกเเป้ง เบเกอรี่ นม
อาหารจำพวกเเป้งมียีสต์เป็นส่วนประกอบ
ทำให้เกิดการอักเสบภายในร่างกาย
ระบบการย่อยทำงานได้ไม่ดี
เพราะอาณาจักรของเเบคทีเรียชนิดดีถูกทำลาย
งดของพวกนี้ ภายใน 7 วัน
คนที่เป็นสิวเยอะๆสิวจะลด
ผู้หญิงที่ตกขาวจะมีระดูขาวน้อยลงทันที!

15.7.jpg

7.ทานน้ำส้มสายชูหมักเเอปเปิ้ล
-ในวงการเเพทย์ทางเลือก
น้ำหมักชนิดนี้มีคุณประโยชน์มากมาย
Dr.Tom Woo เเนะนำไว้ในหนังสือของท่าน
เป็นส่วนประกอบหลักในการขับนิ่วในถุงน้ำดี
(อ้อเป็นตัวอย่างของเคสนี้ ที่มีนิ่ว จึงมั่นใจ
ว่าน้ำหมักชนิดนี้ช่วยได้)
ผลที่ได้รับคือ
ร่างกายเกิดการอักเสบลดลง
มีความเป็นด่าง
สิวลดลง ระบบย่อยดีขึ้น(มาก)
เเละทำให้น้ำหนักลดลงโดยปริยาย

15.8.jpg

8.ดื่มน้ำปั่นผลไม้วันละ 2 เเก้ว
-น้ำปั่นผลไม้มีวิตามินสูงที่ร่างกายต้องกาย
มากมายหลายชนิด
ร่างกายต้องการวิตามินเป็นหลัก
จึงสามารถอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การปั่น ทำให้ร่างกายสามารถ
ดูดซับวิตามินเหล่านั้นได้ง่าย
เเละได้เต็มที่
เทคนิคคือค่อยๆจิบ
พยายามอย่าทานรวดเดียวหมดใน 5 นาที
(ซึ่งอันนี้ต้องบอกตัวเอง อิอิ)

15.9.jpg

9.ทานอาหารสดให้เยอะขึ้น
อาหารสดอร่อย
เเต่ยิ่งไปกว่านั้นคือความสด
อาหารสดเป็นอาหารที่มีชีวิต
เซลล์ทุกเซลล์ของเราต้องการอาหารที่มีคุณภาพ 
อาหารที่ทำให้เรามีชีวิต
ถ้าเราทานอาหารปรุงสุกหรืออาหารเเปรรูปเยอะๆ
เซลล์ของเราจะกลายเป็นเซลล์ที่ไม่มีคุณภาพ
ในร่างกายของเรามีเซลล์เป็นล้านเซลล์
ทำหน้าที่ทุกอย่างในทุกระบบ
หากเซลล์ทำหน้าที่ได้ไม่ดี
ท้ายที่สุดก็ก่อโรคมากมาย
เซลล์ต้องการชีวิต
อยากกระปี้กระเปร่า
มีพลังชีวิตเยอะๆควรทานอาหารสดเป็นประจำ

15.10.jpg

10. ดื่มน้ำ 1 เเก้วโตๆ ทันทีที่ตื่นนอน
ช่วย Flush ของเสียออกจากร่างกาย
พร้อมปัสสาวะเเละอุจจาระ
เพิ่มความสดชื่นได้ดี

15.11.jpg

11.ก่อนลืมตา อย่าเพิ่งจับมือถือ
ขอบคุณตัวเองในใจ
ที่ได้ตื่นมาพร้อมรับความสดใสอีกครั้ง
ความ Gratitudeหรือการสำนึกในบุญคุณ
จะช่วยให้ชีวิตของคุณมีเเต่ความราบรื่น
อย่างน่ามหัศจรรย์

15.12.jpg

12.หาเวลาอยู่กับตัวเอง ฟังเพลงที่มีข้อความให้พลังบวก
-การอยู่รายล้อมไปด้วยผู้คน
เเละสถานการณ์กดดันตลอดเวลา
ทำให้เราไม่มีช่องว่าง
ให้กับสติ จิตวิญญาณของเราได้พักผ่อน
คุณอาจเสียสละเงิน หรือเวลาบ้างเพื่อพักจริงๆ
เเต่นั่นคือการลงทุนที่ดีเเละคุ้มค่าที่สุด

15.13.jpg

13.เอาตัวเองออกจากผู้คนที่บั่นทอนชีวิต
-ชีวิตเรา เราคือคนเดียว
ที่มีความรับผิดชอบต่อมัน
ไม่มีใครสามารถทำร้ายเราได้
จนกว่าเราจะอนุยาต
ไม่มีใครทำให้เราโชคร้ายได้
นอกจากเราจะปล่อยให้มันเกิดขึ้น
คุณคือคนที่ control ชีวิตตัวเอง 100%

15.14.jpg

14.หาคนที่สามารถเเนะเเนวทางชีวิตในเเบบที่คุณอยากเป็น
-คนทุกคนสามารถเป็นครูให้เราได้เสมอ
เเต่ครูเเบบไหนละ
ที่เราอยากจะดำเนินรอยตาม
ทุกคนสามารถเป็นใครก็ได้
ตราบใดที่คุณมองเห็นภาพของคนคนนั้นชัดเจน
อยากเป็นคนมีสุขภาพดี
พูดคุยกับคนมีสุขภาพดี
อยากเป็นคนรวย
คุยกับคนรวยว่าเค้าคิดยังไง
อยากเรียนเก่ง
คบค้าสมาคมกับคนเรียนเก่ง
อยากไปท่องเที่ยว
เปิดประสบการณ์กับคนท่องเที่ยว
หาคนที่เป็นไอดอล
เเล้วก็อปปี้สิ่งที่เค้าทำเเบบ 100%
เเล้วคุณก็จะได้ความสำเร็จนั้นมาอย่างง่ายดาย

15.15.jpg

5. พูดกับตัวเองเเต่เรื่องดีๆ
คำพูดมีพลังมากกว่าที่คุณคิด
ถ้ามีคนชมว่าคุณสวย
ทันทีที่คุณตอบว่า
“อย่ามาโกหก”
คุณก็จะรู้สึกทันทีว่าคุณไม่สวย
เเต่ถ้าคุณขอบคุณคนที่ชมอย่างจริงใจ
พลังบวกที่คุณได้รับ
เเละคำพูดเสียงเล็กๆที่คุณบอกตัวเอง
คือการสอนจิตใต้สำนึกให้จดจำสิ่งเหล่านั้น
เเละเมื่อคุณเลิกพูดจาไม่ดี
ใส่ข้อความไม่ดีกับตัวเอง
เมื่อนั้นเเหละ สิ่งดีๆก็จะเกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

❤️15 ข้อนี้ เป็น 15 ข้อพื้นฐานที่ทุกคนควรทำ เพื่อเปลี่ยนเเปลงตัวเองไปสู่ตัวคุณในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า เหมือนที่คุณนกได้รับเเหละเพื่อนๆอีกหลายคนในเพจ

💁🏻คุณอาจจะทำไม่ได้ทุกข้อในครั้งเดียว เเต่การเปลี่ยนเเปลงย่อมนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเสมอ

#กดเเชร์ให้คนที่คุณรัก
เเละอย่าลืมกลับมาเเชร์ประสบการณ์ของตัวเองกับเรานะคะ😄😄

#ธรรมชาติบำบัดเปลี่ยนชีวิต
#สุขภาพดีจากภายใน

รัก,
อ้อ Beyond The Fit


ดื่มน้ำเยอะๆหลังออกกำลังกาย มีอะไรมากกว่าเเค่ชดเชยเหงื่อ!

ดื่มน้ำเยอะๆหลังการออกกำลังกาย ใครๆก็ทราบดีว่ามันเป็นสิ่งที่ควรทำ

เเต่จะทำยังไงไม่ให้ลืม???

คำตอบก็คือ…ไปทำความเข้าใจการทำงานของมันกันเถอะค่ะ

น้ำ💦

  • เป็นส่วนประกอบหลักของร่างกาย
  • เป็นตัวกลางในการเกิดปฏิกิริยาเคมีทุกชนิดในกระบวนการเมตาบอลิซึม
  • ปฏิกิริยาเคมีในร่างกายทุกชนิดต้องอาศัยน้ำ
  • น้ำเป็นองค์ประกอบหลักๆของเซลล์
  • เซลล์จะไม่สามารถทำงานได้ถ้าไม่มีน้ำ
  • เป็นของเหลวของเลือด ทำหน้าที่ขนส่งอาหารและออกซิเจน
  • เป็นของเหลวนำของเสียและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์ มาขับถ่ายออกจากร่างกาย

ในร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณร้อยละ 70

ในเลือดมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 92

ในสมองมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 85

น้ำทำหน้าที่เยอะเเยะขนาดนี้

ดังนั้น หากปราศจากน้ำเเน่นอนว่าร่างกายเราขาดความสมดุลเเน่นอนจริงมั้ยคะ

❤️คำอธิบาย 3 ข้อหลักๆ
ว่าทำไมต้องดื่มน้ำเยอะๆ
หลังออกกำลังกายก็คือ

1.ร่างกายสูญเสียน้ำ…เมื่อเราออกกำลังกาย

#เมื่อเหงื่อออก
ร่างกายสูญเสียน้ำ
การดื่มน้ำเยอะๆ
จึงเป็นการรักษาสมดุลของร่างกาย
เพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะ Dehidrate
ยิ่งเหงื่อออกมาก ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับการดื่มน้ำ

(มีงานวิจัยหนึ่ง พบว่าถ้าออกกำลังกาย
ท่ามกลางอากาศที่ร้อนและอบอ้าว
อาจมีการสูญเสียน้ำออกจากร่างกาย
ได้มากถึง 3 ลิตร
ดังนั้น ระหว่างการออกกำลังกาย
จำเป็นต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ
เพื่อให้เซลล์กล้ามเนื้อทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ 🙂

2. น้ำเป็นตัวช่วยสำคัญในการขับสารพิษ

เวลาออกกกำลังกาย
กล้ามเนื้อต่างๆได้รับการกระตุ้น
จึงเป็นเวลาเหมาะสมที่จะขจัดสารพิษ
(ร่างกายมหัศจรรย์มาก มีระบบกำจัดสารพิษ
ที่ดีเยี่ยม)

น้ำจะทำหน้าที่เป็น Flush หรือพลังในการขับสารพิษ
ทางเหงื่อ ฉี่ เป็นต้น

นอกจากนี้ น้ำยังช่วยช่วยระบายความร้อน
ออกจากร่างกายระหว่างที่ออกกำลังกาย
(จิบน้ำระหว่างออกกำลังกายจึงสำคัญเช่นกัน)

3.น้ำช่วยลำเลียงออกซิเจน

น้ำจะช่วยให้เราไม่หน้ามืด
เเละมีพละกำลังในการออกกำลังกายมากขึ้น

เพราะน้ำ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญมาก
ในระบบไหลเวียนเลือด
เนื่องจากช่วยลำเลียงออกซิเจน
เข้าสู่เซลล์ ซึ่งจะทำให้เลือดสูบฉีดได้ดี
หากมีการดื่มน้ำก่อน-หลังการออกกำลังกาย
เเละจิบเบาๆระหว่างออกกำลังกายด้วย!!

ไม่เพียงเเต่เฉพาะหลังจากออกกำลังกายเท่านั้น เราควรดื่มน้ำให้เยอะเข้าไว้ ส่วนตัวอ้อจะพยายามดื่มให้ถึงวันละ 2 ลิตร (หลายคนทำได้ง่ายๆเเต่หลายคนทำได้ยาก) โดยเทคนิคที่อยากเเชร์ก็คือ

  1. พกขวดน้ำติดตัวไว้เสมอเวลาต้องออกไปข้างนอก ไปทำงาน ทำธุระ ไปเรียนth.jpg
  2. คำนวนน้ำที่จะต้องทานเสมอในเเต่ละวันเพื่อจะได้รู้ว่าทานถึงรึยัง เช่น เตรียมไว้สองขวดขวดละ 1 ลิตร ก่อนบ่ายสามต้องทานให้หมด 1 ขวดเป็นต้น
  3. ตั้งน้ำไว้ที่โต๊ะทำงาน เพื่อความสะดวกในการคว้ามาดื่มได้ทันทีที่นึกออก
  4. เเปะโน๊ตth (1)
  5. ดื่มทันที 1 เเก้วโตๆหลังตื่นนอน
  6. ดื่ม 1 เเก้วโตๆก่อนเข้านอน

เพื่อนๆอาจมีเทคนิคอื่นๆเเตกต่างกันไปก็ตามเเต่ สุดท้ายเเล้วใครดื่มได้มากก็ได้ประโยชน์ที่ตัวเราทั้งนั้นนะคะ ทราบเเล้วก็อย่าลืมนำไปปฏิบัติกัน 
#เพื่อกษาสมดุลทั้งภายในภายนอก

สุขภาพจะได้ดีมาตั้งเเต่ภายในไปเล้ยยยยยยย

อ้อ Beyond The Fit 


เเจกเมนูยำสลัดยกสวน สลัดเเซ๊บๆเเบบไทยๆ

เพิ่งคิดขึ้นมาได้ว่า❗️

💁🏻บางทีเเจกเมนูอาหาร
ก็เเปะสูตรไว้ในภาพเลยน่าจะดีกว่า

เพราะเวลาใครอยากทำตาม
ก็จะได้เซฟรูปไปรูปเดียวเลย…ง่ายดี

😄😆ไม่ต้องทั้งเซฟรูปเเละเเคปหน้าจอวิธีทำเปลืองเมมโมรี่อีก55555555

🎉วันนี้เลยประเดิม
เเจกสูตรอาหารเย็นรสเเซ๊บ
เพื่อไม่ให้สลัดมันน่าเบื่อ
ก็จับยำซะเลย

ยำสลัดยกสวน

อิอิ น่ากินมั้ยเอ่ยยยยย

 

เพราะฉะนั้นเวลาอ้อพูดถึงสลัด
อย่านึกถึงอาหารจานเขียวๆมีผักเยอะนะคะ555
เอาเเบบนี้ดีกว่า

👉🏻ตั้งชื่อว่า “ยำสลัดยกสวน” น่าจะดี

#กินข้าวกันค่าาาาา

อ้อ 🙂