14 อาหารเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ที่มาของผิวสวย หุ่นดี สุขภาพดี

ระบบภูมิคุ้มกัน (immune system)

หมายถึง ระบบที่คอยปกป้องร่างกายของสิ่งมีชีวิตจากสิ่งแปลกปลอม โดยเฉพาะจุลชีพก่อโรค เช่น แบคทีเรีย ไวรัส ปรสิต รา พยาธิ รวมถึงสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ เช่น เซลล์ที่กำลังเจริญเติบโตไปเป็นมะเร็ง อวัยวะของผู้อื่นที่ปลูกถ่ายเข้ามาในร่างกาย การได้รับเลือดผิดหมู่ สารก่อภูมิแพ้ ฯลฯ สิ่งแปลกปลอมที่ร่างกายตรวจจับได้เรียกว่า แอนติเจน (antigen) แอนติเจนที่กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเรียกว่า อิมมูโนเจน (immunogen)

Immune-System-Function.png

สิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกร่างกายเต็มไปด้วยจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ส่วนใหญ่จุลินทรีย์ที่อยู่รอบตัวเหล่านี้ไม่ใช่เชื้อก่อโรคแต่ประการใด แต่ก็มีจุลินทรีย์อีกมากมายที่ก่อให้เกิดโรคติดเชื้อ เรียกว่าเชื้อโรค (pathogen) เพื่อป้องกันร่างกายจากเชื้อโรคเหล่านี้ มนุษย์มีระบบภูมิคุ้มกันที่ทำหน้าที่อย่างทรงประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อโรคออกไป หากภูมิคุ้มกันบกพร่อง แม้จะพัฒนายาต้านจุลชีพที่ดีเลิศเพียงใด ก็อาจจะไม่สามารถรักษาชีวิตคนเราจากโรคติดเชื้อไว้ได้ เพราะการที่จะหายจากโรคติดเชื้อได้นั้น ภูมิคุ้มกันในร่างกายเป็นผู้ช่วยตัวสำคัญที่สุด (ที่มา: wikipedia)

ร่างกายของเราจริงๆเเล้วมีระบบภูมิคุ้มกันที่เยี่ยมยอดอยู่เเล้ว เเต่เพียงเพราะเชื้อโรคที่เรามองไม่เห็นอาจเข้าสู่ร่างกายผ่านอาหาร การอยู่ในที่เเออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก การล้างมือไม่สะอาด ฝุ่นควันตามท้องถนน ก่อให้เกิดการสะสมของจุลินทรีย์ก่อโรค

ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน การทานอาหารเหล่านี้เป็นประจำจะช่วยทำให้ระบบกำจัดสิ่งเเปลกปลอมของเราทำงานได้ดีขึ้น

  1. มะละกอ
  2. มะม่วงสุก
  3. ฟักทอง
  4. กระเทียม
  5. เเอปเปิ้ลเขียว
  6. เเก้วมังกร
  7. ขมิ้น
  8. ชาเขียว
  9. พริกเเดง
  10. อัลมอนด์
  11. ผักโขม
  12. ขิง
  13. บล็อกโคลี่
  14. เมล็ดทานตะวัน

โดยอาหารทั้ง 14 อย่างนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอาหารที่อยู่ในหมวดเสริมสรา้งภุมิต้านทาน ที่มีสารอาหารจำเป็นคือ เบต้าเเคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี ซีลีเนียม สังกะสี โอเมก้าสาม เเละอาหารที่มีเเบคทีเรียชนิดดี

– เบต้าแคโรทีน มีมากในผักและผลไม้ที่มีสีเหลือง/สีส้มจัดๆ หรือในผักใบเขียวจัด
– วิตามินซี พบในผักใบสีเขียวต่างๆ และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว
– วิตามินอี พบในน้ำมันพืชประเภทน้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันรำข้าว งา ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืชต่างๆ ข้าวกล้อง จมูกข้าวสาลี ผักใบเขียว

IMG_9967

– วิตามินบี พบในผักใบเขียว นม เนื้อสัตว์ ถั่วต่าง ๆ ตับ ไข่ และธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวซ้อมมือ
– ซีลีเนียม พบในอาหารทะเล ตับ ไต เนื้อสัตว์ กระเทียม ไข่ และธัญพืช
– สังกะสี พบในถั่วต่าง ๆ
– กระเทียม เป็นเครื่องเทศที่มีฤทธิ์เสริมภูมิต้านทาน โดยสารอัลลิซิน (allicin) และซัลไฟด์ (sulfides) ในกระเทียมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค เป็นสารต้านอนุมูลอิสระด้วย
– กรดโอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับการสร้างเม็ดเลือดขาว และแอนติบอดี พบมากในปลาทะเล เช่น แซลมอน ทูน่า แมคเคอเรล ซาร์ดีน และธัญพืชบางชนิด เช่น ถั่ววอลนัท เมล็ดปอ รวมทั้งพืชผักใบเขียว
– โยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยจะยับยั้งการเกิดจุลินทรีย์ตัวร้ายในระบบย่อยอาหาร เช่น แบคทีเรีย รา หรือยีสต์ รวมทั้งยังกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวและแอนติบอดีให้กำจัดเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ถ้าอยากมีร่างกายเเข็งเเรง ผิวสวย หุ่นดี หรือสุขภาพที่ดีเเบบยั่งยืน อย่าลืมเลือกอาหารเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารของคุณนะคะ 🙂

StockSnap_2033C482D4

อ้อ Beyond The Fit


Self-love สร้างความสุขให้ชีวิตเเบบ Unlimited

Self-love คือการรักตัวเอง
เเต่เราเข้าใจ Self-love ได้ดีเเค่ไหนกัน?
เพราะถ้าเราเข้าใจมันอย่างเเท้จริง
ทำไมชีวิตเราถึงยังขึ้นๆลงๆ
ความสุขหายไปเเล้วกลับมายากจัง?
วันนี้ อ้อตั้งใจเอา10 กุญเเจสำคัญสร้าง Self-love มาฝาก
เพื่อให้ทุกคนสามารถเอาเทคนิคเหล่านี้
ไปสร้างความสุขในชีวิตคุณเเบบไม่รู้จบ!!
ที่จะเนรมิตทุกวันของคุณ
ให้เป็นวันพิเศษ
เเทบจะไม่ต้องลงมือลงเเรงอะไรเลย!
 
—–
1.เเคร์คนอื่นให้น้อยลง
สำหรับบางคนที่เป็น yesman หรือคนที่เเคร์คนอื่นมากๆ มักเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการคิดมากว่าคนนั้นจะคิดอย่างไร จะโอเคกับสิ่งที่เราทำไหม จะพอใจในสิ่งที่เรามอบให้รึเปล่า โอ้โห รู้ตัวอีกทีปาไปครึ่งชีวิตเเล้ว ยังไม่ได้ทำอะไรให้ตัวเองเลย
 
การโฟกัสที่ตัวเอง ไม่ใช่การเเสดงความเห็นเเก่ตัว การโฟกัสที่ตัวเอง คือการเติมพลังให้ตัวเองก่อนที่จะส่งพลังดีๆออกไปให้คนอื่น รู้จักปฎิเสธบ้าง ฟังความต้องการของตัวเองมาเป็นอันดับ 1 เเล้วจะรู้ว่าการวางกระเป๋าที่เต็มไปด้วยก้อนหินอันหนักอึ้งมันเป็นอย่างไร
 
2. หาเวลาอยู่คนเดียวเงียบๆอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง
ทฤษฎีอันนี้อ้อตั้งเอง(จากประสบการณ์ส่วนตัว555) เพราะการมีอยู่คนเดียวเงียบๆทำให้เรามีสติมากขึ้น ได้พักผ่อนกายพักผ่อนใจมากขึ้น ได้ปล่อยอารมณ์ อยากทำอะไรก็ทำ
 
มีงานวิจัยที่พบว่า คนส่วนใหญ่ มักมีปัญหาสุขภาพด้านร่างกายเเละจิตใจ เพราะไม่มีเวลาให้จิตใจได้พักผ่อนเลย สมองทำงานตลอด บางคนทำานหนัก บางคนเรียนหนัก ก่อให้เกิดความเครียดสะสม การอยู่เงียบๆคนเดียว จะช่วยทำให้เราผ่อนคลาย เเละเป็นอิสระมากขึ้นจากการที่ต้องอยู่ทามกลางผู้คนมากมายที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายได้
 
3.เลิกฟังเพลงที่มีข้อความด้านลบ
พลังของคำพูดมีมากมายมหาศาล หลายคนคงเคยเป็นที่ฟังเพลงเศร้าเเล้วน้ำตาไหลตามเพลง! จิตใต้สำนึกจะจดจำทุกสิ่งอย่างที่เราป้อนเข้าไป ส่งผลมาเป็นพฤติกรรมของเรา
 
ดังนั้น #จงระวังเพลงที่คุณฟังด้วย!
 
4.ขอบคุณตัวเองทุกวัน
พลังของGratitude หรือพลังของการสำนึกบุญคุณตัวเอง มีมากมายมหาศาล อย่าลืมว่าถ้าตัวเราเองไม่เคยขอบคุณตัวเอง มีเเต่ความคิดบั่นทอนว่าทำไมชั้นไม่ได้สิ่งนั้น ไม่ทำสิ่งนี้ เเล้วใครที่ไหนจะมาให้คุณค่ากับคุณหละ? เพราะเเม้เเต่คุณยังไม่ให้คุณค่ากับตัวเองเลย
 
5.ยิ้มบ่อยๆ
การยิ้มช่วยเติมพลังชีวิตทันที เพราะเมื่อเรายิ้มกล้ามเนื้อใบหน้าเราจะยกสูง ร่างมีการหลั่งฮอร์โมนเเห่งความสุขอัตโนมัติ ถ้าอยากหลอกล่อให้ร่างกายหลั่งสารเเห่งความสุขเยอะๆ อย่าลืมยิ้มบ่อยๆนะคะ !!!
 
6.เลือกคบเพื่อนดีๆ
ลองนึกภาพว่า หากคุณมีเพื่อนชอบนินทาคนอื่น เเรกๆคุณจะรู้สึกไม่ชอบเพื่อนของคุณเพราะคุณเป็นคนดี เเต่นานเข้าๆคุณเริ่มรู้สึกเคยชินเเละคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ที่ใครๆเค้าก็ทำกัน เผลอๆคุณก็ทำตามเพื่อนคุณอีก
 
เอ้ะ! เเล้วเเบบนี้ คุณยังจะชอบตัวเองอยู่รึเปล่า?
 
7.เรียนรู้วิธีพัฒนาตัวเองเสมอ
อยากสำเร็จด้านไหน ควรมีผู้ที่สามารถชี้เเนะเเนวทางด้านนั้นให้คุณได้ (มีไอดอลนั่นเอง) ศึกษาความสำเร็จของเขา เรียนรู้ไลฟ์สไตล์ วิธีคิดเเละวิธีปฏิบัติ เเล้วก็ก้อปปี้เเบบถอดฉบับ เอาให้มันรู้ไปเลยว่าถ้าทำตามเเล้วยังไม่เหมือนอีกมันจะเป็นยังไง
 
สมัยนี้เราเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ไวมาก อยากรู้อะไรก็เเค่ใส่คำตรงช่องค้นหา เเต่อย่าลืมว่าสิ่งไหนที่ไม่ได้ช่วยให้คุณไปสู่เป้าหมายชีวิต อย่าเสียเวลาไปกับมันเลย เพราะนอกจากคุณจะก้าวช้าเเล้ว คุณอาจเสียเวลา เสียเงิน เสียความรู้สึก ไปกับการรับข้อมูลข่าวสารที่คุณอาจไม่ต้องการเเต่รับมันมาเเบบไม่รู้ตัว
 
8.ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเอง
รู้หรือไม่ว่าการที่มีความรู้สึกเเต่ไม่เเสดงออก เป็นการกระทำที่ผิดมหันต์ เพราะจะเกิดการกดทับความรู้สึกที่รอวันระเบิดเเละเเน่นอนว่าไม่เป็นผลดีเเน่ๆ
 
การเเสดงออกความรู้สึก ทำให้เราไม่ต้องคอยใส่หน้ากากเข้าหาคนอื่น เราสามารถเป็นตัวเรา 100%ในทุกสถานการณ์ ไม่มีการกลับมาคิดเสียดายทีหลัง ไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นจะคิดยังไง เป็นตัวเอง100% ในเวอร์ชั่นที่ไม่ทำร้ายใครเขา
 
9.เล่นกับสุนัข/เด็กๆบ้าง
สองอย่างนี้เเหละที่จะเปลี่ยนหน้าบึ้งๆของคุณให้เป็นยิ้มเเป้นได้ทันที! สองอย่างนี้ คือสิ่งที่จะมาเตือนคุณว่า “เห้ย..ความสุขมันก็เเค่นี้ป้ะ ทำไมทำชีวิตให้มันยุ่งยากจัง”
children-817365_960_720
 
10. อ่อนโยนกับตัวเองให้มากๆ
สิ่งนี้สำคัญมาก เรามักโหดร้ายกับตัวเองโดยไม่รู้ตัว เช่น อยากลดน้ำหนัก ทำไมทำไม่ได้สักที (กินมากกว่าเดิมเพราะโมโหตัวเอง) หรือมักเกิดคำถามในหัวว่าทำไมตอนนั้นไม่ทำเเบบนั้น ทำไมตอนนี้ไม่ทำเเบบนี้ (เเล้วสร้างความเชื่อในหัวว่าเราไม่ดีพอ)
 
อย่าลืมว่าเวลาคนเราทำผิด เราไม่ต้องการให้ใครมาซ้ำเติม สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือใครสักคนที่เข้าใจเรา
 
ถามตัวเองสิว่า….
#พร้อมที่จะเป็นเพื่อนรักที่ดีที่สุด ให้กับตัวคุณเองหรือยัง???
 
อย่าลืมกดเเชร์ให้คนที่คุณรักเเละเพื่อนๆ
ที่คุณอยากเห็นเค้ามีความสุขในทุกๆวัน
 
#เพราะความสุข จะนำมาซึ่งสังคมที่มีความสุข
เเละสังคมนั้นต้องการคุณเเละคนรอบตัวคุณค่ะ 🙂
 
อ้อ Beyond The Fit
IMG_9542.JPG
 
 
 

“15 ความลับ” ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ… ตลอดไป

“15 ความลับ”
ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ… ตลอดไป❗️

#ขออนุญาตนำเรื่องของคุณนกมาเเชร์นะคะ
…เมื่อ 3 เดือนที่เเล้ว….
คุณนกทักมาทางไลน์
บอกว่าเธอมีโรคประจำตัว
นั่นก็คือไทรอยด์

รู้สึกอึดอัด
อยากลดน้ำหนัก
จะทำอย่างไรดี ?

เราก็ไม่มีความรู้เฉพาะทางด้วย
เลยได้เเต่บอกคุณนกว่า
อ้อไม่ใช่หมอ
เเต่บอกได้ว่าอะไรคือยาดี

ยาที่รักษาได้ ทั้งร่างกายเเละจิต
สามารถรักษาทุกคนได้จริงๆ

ทุกอย่างมันง่าย
เเค่กลับไปสู่เบสิค
จากที่ที่เรามา
#คือธรรมชาตินั่นเอง

💁🏻วันนี้จะมาบอกความลับ
ที่ได้บอกคุณนกไป
เเละเธอได้ลอง
ทำเเล้วพบการเปลี่ยนเเปลง
เเบบที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต

#ถ้าเห็นว่าโพสนี้เป็นประโยชน์
อย่าลืมกดเเชร์ให้คนที่คุณรักนะคะ 🙂

15.1

1.ทานข้าวขาวให้น้อยลง
-คนไทยที่ไหนได้ยิน
คงจะพูดว่า บ้า
เป็นคนไทยไม่ให้กินข้าว
จะไม่มีการตอบโต้ในเรื่องนี้
เเต่อยากให้ทุกคนไปศึกษาด้วยตัวเองนะคะ
ข้าวขาว คือ สิ่งที่จะถูกเปลี่ยนไปเป็น
น้ำตาล เมื่อเข้าไปอยู่ในร่างกายของเรา
เราได้พลังงานจากน้ำตาล
เเต่เราทำร้ายตัวเองด้วยการ
ทำให้เลือดข้นขึ้นหนืดขึ้น
เเละเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมากมาย
เช่นเบาหวาน โรคอ้วน คลอเลเตอรอลสูง
ความดัน โรคหัวใจ มะเร็ง เป็นต้น

ดังนั้น ทานให้น้อยลงนะคะ 🙂

15.2

2.ทานข้าวกล้องเเทนข้าวขาวอาทิตย์ละ 3 วัน
-ข้าวกล้องมีไฟเบอร์ที่สูง
ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย
วิตามินบี 1 2 สูง ช่วยป้องกันโรคได้มากมาย

15.3.jpg

3.ทานถั่วหลากชนิด(เเบบดิบ)ให้มากขึ้น
ถั่วมีโปรตีนสูง
เเต่เป็นโปรตีนจากพืช
ที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้
เเละไม่มีสารเคมีชนิดที่สัตว์หลั่งออกมา
เวลาตกใจกลัวเมื่อโดนฆ่า
ดังนั้นคนที่เริ่มเปลี่ยนการกิน
ควรทานถั่วชนิดดี เช่น อัลมอลด์
มะม่วงหิมพานต์ เมล็ดทานตะวัน ฯลฯ เป็นต้น

15.4.jpg

4.ดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร
-เมื่อเลือดของเรามีความข้น
การเอาคาร์บอนไดออกไซด์ที่เราหายใจเข้ามา เเละมลพิษต่างๆก็ถูกขับออกได้ไม่ดีนัก

พูดง่ายๆคือ ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ร่างกายมีการสะสมพิษมากขึ้น

15.5.jpg

5.ออกกำลังกายบ้าง
ความเครียดจากร่างกายเเละจากจิตใจ
ต้องการถูกปลดปล่อยเป็นระยะ
การออกกำลังกายเป็นกิจวัตร
ทำให้ความเครียดสะสม
ถูกระบายออกไป
สารพิษสะสม
ถูกระบายออกไปกับเหงื่อ
เลือดลมไหลเวียนดี
เมื่อเลือดลมไหลเวียนดี
ก็ทำให้ระบบการขับสารพิษออกไปได้ดีเช่นกัน

15.6.jpg

6.งดอาหารจำพวกเเป้ง เบเกอรี่ นม
อาหารจำพวกเเป้งมียีสต์เป็นส่วนประกอบ
ทำให้เกิดการอักเสบภายในร่างกาย
ระบบการย่อยทำงานได้ไม่ดี
เพราะอาณาจักรของเเบคทีเรียชนิดดีถูกทำลาย
งดของพวกนี้ ภายใน 7 วัน
คนที่เป็นสิวเยอะๆสิวจะลด
ผู้หญิงที่ตกขาวจะมีระดูขาวน้อยลงทันที!

15.7.jpg

7.ทานน้ำส้มสายชูหมักเเอปเปิ้ล
-ในวงการเเพทย์ทางเลือก
น้ำหมักชนิดนี้มีคุณประโยชน์มากมาย
Dr.Tom Woo เเนะนำไว้ในหนังสือของท่าน
เป็นส่วนประกอบหลักในการขับนิ่วในถุงน้ำดี
(อ้อเป็นตัวอย่างของเคสนี้ ที่มีนิ่ว จึงมั่นใจ
ว่าน้ำหมักชนิดนี้ช่วยได้)
ผลที่ได้รับคือ
ร่างกายเกิดการอักเสบลดลง
มีความเป็นด่าง
สิวลดลง ระบบย่อยดีขึ้น(มาก)
เเละทำให้น้ำหนักลดลงโดยปริยาย

15.8.jpg

8.ดื่มน้ำปั่นผลไม้วันละ 2 เเก้ว
-น้ำปั่นผลไม้มีวิตามินสูงที่ร่างกายต้องกาย
มากมายหลายชนิด
ร่างกายต้องการวิตามินเป็นหลัก
จึงสามารถอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การปั่น ทำให้ร่างกายสามารถ
ดูดซับวิตามินเหล่านั้นได้ง่าย
เเละได้เต็มที่
เทคนิคคือค่อยๆจิบ
พยายามอย่าทานรวดเดียวหมดใน 5 นาที
(ซึ่งอันนี้ต้องบอกตัวเอง อิอิ)

15.9.jpg

9.ทานอาหารสดให้เยอะขึ้น
อาหารสดอร่อย
เเต่ยิ่งไปกว่านั้นคือความสด
อาหารสดเป็นอาหารที่มีชีวิต
เซลล์ทุกเซลล์ของเราต้องการอาหารที่มีคุณภาพ 
อาหารที่ทำให้เรามีชีวิต
ถ้าเราทานอาหารปรุงสุกหรืออาหารเเปรรูปเยอะๆ
เซลล์ของเราจะกลายเป็นเซลล์ที่ไม่มีคุณภาพ
ในร่างกายของเรามีเซลล์เป็นล้านเซลล์
ทำหน้าที่ทุกอย่างในทุกระบบ
หากเซลล์ทำหน้าที่ได้ไม่ดี
ท้ายที่สุดก็ก่อโรคมากมาย
เซลล์ต้องการชีวิต
อยากกระปี้กระเปร่า
มีพลังชีวิตเยอะๆควรทานอาหารสดเป็นประจำ

15.10.jpg

10. ดื่มน้ำ 1 เเก้วโตๆ ทันทีที่ตื่นนอน
ช่วย Flush ของเสียออกจากร่างกาย
พร้อมปัสสาวะเเละอุจจาระ
เพิ่มความสดชื่นได้ดี

15.11.jpg

11.ก่อนลืมตา อย่าเพิ่งจับมือถือ
ขอบคุณตัวเองในใจ
ที่ได้ตื่นมาพร้อมรับความสดใสอีกครั้ง
ความ Gratitudeหรือการสำนึกในบุญคุณ
จะช่วยให้ชีวิตของคุณมีเเต่ความราบรื่น
อย่างน่ามหัศจรรย์

15.12.jpg

12.หาเวลาอยู่กับตัวเอง ฟังเพลงที่มีข้อความให้พลังบวก
-การอยู่รายล้อมไปด้วยผู้คน
เเละสถานการณ์กดดันตลอดเวลา
ทำให้เราไม่มีช่องว่าง
ให้กับสติ จิตวิญญาณของเราได้พักผ่อน
คุณอาจเสียสละเงิน หรือเวลาบ้างเพื่อพักจริงๆ
เเต่นั่นคือการลงทุนที่ดีเเละคุ้มค่าที่สุด

15.13.jpg

13.เอาตัวเองออกจากผู้คนที่บั่นทอนชีวิต
-ชีวิตเรา เราคือคนเดียว
ที่มีความรับผิดชอบต่อมัน
ไม่มีใครสามารถทำร้ายเราได้
จนกว่าเราจะอนุยาต
ไม่มีใครทำให้เราโชคร้ายได้
นอกจากเราจะปล่อยให้มันเกิดขึ้น
คุณคือคนที่ control ชีวิตตัวเอง 100%

15.14.jpg

14.หาคนที่สามารถเเนะเเนวทางชีวิตในเเบบที่คุณอยากเป็น
-คนทุกคนสามารถเป็นครูให้เราได้เสมอ
เเต่ครูเเบบไหนละ
ที่เราอยากจะดำเนินรอยตาม
ทุกคนสามารถเป็นใครก็ได้
ตราบใดที่คุณมองเห็นภาพของคนคนนั้นชัดเจน
อยากเป็นคนมีสุขภาพดี
พูดคุยกับคนมีสุขภาพดี
อยากเป็นคนรวย
คุยกับคนรวยว่าเค้าคิดยังไง
อยากเรียนเก่ง
คบค้าสมาคมกับคนเรียนเก่ง
อยากไปท่องเที่ยว
เปิดประสบการณ์กับคนท่องเที่ยว
หาคนที่เป็นไอดอล
เเล้วก็อปปี้สิ่งที่เค้าทำเเบบ 100%
เเล้วคุณก็จะได้ความสำเร็จนั้นมาอย่างง่ายดาย

15.15.jpg

5. พูดกับตัวเองเเต่เรื่องดีๆ
คำพูดมีพลังมากกว่าที่คุณคิด
ถ้ามีคนชมว่าคุณสวย
ทันทีที่คุณตอบว่า
“อย่ามาโกหก”
คุณก็จะรู้สึกทันทีว่าคุณไม่สวย
เเต่ถ้าคุณขอบคุณคนที่ชมอย่างจริงใจ
พลังบวกที่คุณได้รับ
เเละคำพูดเสียงเล็กๆที่คุณบอกตัวเอง
คือการสอนจิตใต้สำนึกให้จดจำสิ่งเหล่านั้น
เเละเมื่อคุณเลิกพูดจาไม่ดี
ใส่ข้อความไม่ดีกับตัวเอง
เมื่อนั้นเเหละ สิ่งดีๆก็จะเกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

❤️15 ข้อนี้ เป็น 15 ข้อพื้นฐานที่ทุกคนควรทำ เพื่อเปลี่ยนเเปลงตัวเองไปสู่ตัวคุณในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า เหมือนที่คุณนกได้รับเเหละเพื่อนๆอีกหลายคนในเพจ

💁🏻คุณอาจจะทำไม่ได้ทุกข้อในครั้งเดียว เเต่การเปลี่ยนเเปลงย่อมนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเสมอ

#กดเเชร์ให้คนที่คุณรัก
เเละอย่าลืมกลับมาเเชร์ประสบการณ์ของตัวเองกับเรานะคะ😄😄

#ธรรมชาติบำบัดเปลี่ยนชีวิต
#สุขภาพดีจากภายใน

รัก,
อ้อ Beyond The Fit


หากคุณกำลังพบเจอกับสิ่งเหล่านี้…รู้หรือไม่ว่ากำลังละทิ้ง”ตัวตนที่เเท้จริง”

เวลาเราเป็นเด็ก…  นึกจะหัวเราะเมื่อไหร่ก็ได้ ดังเเค่ไหนก็ได้ จนผู้ใหญ่ทั้งบ้านต้องหยุดเเล้วหันมาหัวเราะตามเราเเล้วพุดว่า “น่ารักอะ”

children-817365_960_720

เวลาเราเป็นเด็ก… จะร้องไห้เมื่อไหร่ก็ได้ เจ็บก็ร้อง หิวก็เเสดงออก บางทีร้องจนพ่อกับเเม่ต้องตื่นมากลางดึก ก็ไม่มีใครดุเรา

เวลาเราเป็นเด็ก… เราเป็นตัวของตัวเอง 100% ปราศจากเงื่อนไขใดๆ….เเต่หลายปีผ่านไป ความเป็นตัวเองเริ่มสูญหายไป เราเริ่มมีตัวตนอันใหม่ที่เราสร้างขึ้น เพื่อเเสดงออกต่อโลกภายนอก(ในเเบบที่อาจจะไม่เหมือนกับความเป็นจริง) เพื่อเป็นส่วนหนึ่ง เพื่อการยอมรับ เพื่อความสุข(ที่ไม่ยืนยาว)

อย่างไรก็ตาม ความเป็นเด็กในที่นี้ ไม่ใช่ความเป้นเด็กที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เเต่เป็นความเป้นเด็กที่เต็มไปด้วยความซื่อตรง ความจริงเเท้ ความบริสุทธิ์ เเละอิสระ

ครูทางจิตวิญญาณหลายท่านกล่าวไว้ว่า….หากเราสับสน ว่าเเท้จริงเเล้วตัวตนของเราเป็นเเบบไหน ให้มองย้อนกลับไปเป็นเด็กว่าเราชอบอะไร ธรรมชาติของเราเป็นเเบบไหน เเล้วเราจะนึกออกว่าจริงๆเเล้ว

จักรวาลส่งเรามาเพื่อเติมเต็มอะไรที่ขาดไปบนโลกใบนี้ เพื่อสร้างสมดุล       

(ความเชื่อส่วนบุคคลของผู้เขียน)

ผลจากการที่เรากำลังสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองมีอะไรบ้าง?

1.รู้สึกเหนื่อยเเละเบื่อหน่ายกับสภาพความจริงที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องชีวิต ครอบครัว ความสัมพันธ์ ความฝัน ผู้คน สังคม ไม่มีเเรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต

2.รายล้อมไปด้วยผู้คนที่มีความคิดเห็นต่าง ไม่สนับสนุนในสิ่งที่เรารัก มีเเต่ความขัดเเย้ง มักเจอเเต่ผู้คนที่กดขี่ข่มเหงเราเสมอ

3.เเคร์ความรู้สึกคนอื่นจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ คิดเยอะ เป็นคนดีเเต่มักถูกลดคุณค่า

4.ทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ หรือมีพฤติกรรมที่ทำร้ายตัวเอง เช่น ติดสุรา ติดบุหรี่ ติดการพนัน เป็นต้น

5.นำเสนอเเต่เรื่องดีๆให้สังคมรับรู้ เก็บความยากลำบากของชีวิตไว้คนเดียว ทำให้เชื่อมต่อกับคนอื่นๆได้ยาก

6.ไม่สามารถเเสดงอารมณ์ที่รู้สึกจริงๆให้เเก่สังคม มักเออออห่อหมกไปกับทุกคน เลือกที่จะเงียบ เเทนที่จะเเสดงความคิดเห็นของตัวเองในที่สาธารณะ

jd-mason-262717

ใช่ สิ่งเหล่านี้มันทำให้เรารู้สึกอยากจะเปลี่ยนเเปลงนะ!!!!!

เเต่มันก็มีคำถามตามมาอีกว่า

1.เราจะเเสดงออกความเป้นตัวตนของเรา 100% ได้อย่างไร ในเมื่อเราอยู่ในสังคมใหญ่ เราต้องเคารพคนอื่นสิถึงจะถูก ? ไม่อยากทำให้คนอื่นรู้สึกอึดอัด เเละไม่พอใจอะ

2.อะไรคือลิมิท ที่จะบอกเราว่านี่คือสิ่งที่เราควรทำเเละไม่ควรทำ ถ้าเราคิดถึงเเต่ตัวเองเเล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราไม่ได้ตามใจตัวเองมากเกินไป

3.ทำอย่างไรถึงจะรายล้อมไปด้วยผู้คนที่เคารพเราเเละเชื่อในสิ่งที่เราเชื่อ จะเปลี่ยนงานเหรอ ยากอะ

4.กลัวการต้องถูกทิ้งอะ กลัวเพื่อนไม่คบ กลัวโดนมองว่าประหลาด

ผู้เขียนไม่มีคำตอบหรือวิธีเเก้ไขให้กับคำถามเหล่านี้…เพราะทุกคนต่างมีประสบการณ์ ความเชื่อเเละอะไรต่างๆอีกมากมายที่ไม่เหมือนกัน เพียงเเต่จะบอกว่า การเป็นตัวเอง100% ไม่เกี่ยวกับการทำให้คนอื่นรู้สึกไม่สบายใจ การเป็นตัวเอง100%ไม่ใช่ความก้าวร้าว การเเสดงออกอารมณ์อย่างรุนเเรง เเต่เป็นการซื่อสัตย์ เป็นเนื้อเเท้ ไม่มีหน้ากากให้ตัวเองนั่นเเหละ

ความเปลี่ยนเเปลง จะนำมาซึ่งความไม่สบายใจเสมอ เหมือนเช่นเวลาที่เราก้าวข้าม Comfort Zone นั่นเเหละ ผู้เขียนเองก็ยังต้องเจอกับบททดสอบอีกมากมาย ที่คอยมาทดสอบเรื่อยๆว่าตัวเองเป็นตัวเอง 100% หรือยัง ซึ่งบอกเลยว่า….ยังมีอีกเยอะเเยะที่ยังต้องการการเปลี่ยนเเปลง

ถ้าคุณเป็นตัวเอง 100% เเล้วดีใจด้วย… เพราะคุณจะเข้าถึงพลังชีวิตของคุณอย่างมาก คุณจะมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน เเละจะได้รับความเคารพในสิ่งที่คุณเป็น สิ่งที่ต้องระมัดระวังเพียงอย่างเดียวคือ อีโก้ (Ego) หรืออัตตา ที่อาจทำให้คุณก้าวลำเส้นของการเป็นเนื้อเเท้ของคุณ

สำหรับคนที่กำลังจะเปลี่ยนเเปลง…คุณจะพบกับความรู้สึกไม่สบายกายไม่สบายใจอีกมากมาย เเต่ขอให้มั่นใจว่า ทุกการเปลี่ยนเเปลงนำมาซึ่งผลลัพธ์อันหอมหวานเสมอ อย่าสูญเสียความเป็นตัวเอง เเละใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความกลัว ความไม่เคารพตัวเอง เเละความไม่ถูกเคารพจากผู้อื่น คุณมีคุณค่ามากกว่านั้น มากกว่าที่คุณมองเห็นในตัวเอง มากกว่าที่คุณให้คุณค่ากับตัวเอง

รักเสมอ:)

อ้อ

10.7.2017

 

 

 

 


เท้าเปล่าบนพื้นหญ้า คือ ยา ที่ราคาถูกที่สุด

         Earthing/ Grounding คือ การยืนเท้าเปล่าบนพื้นหญ้า ที่อาศัยกฎการทำงานของสนามพลังของโลกเป็นหลัก ผ่านการเชื่อมต่อระหว่างพื้นโลกกับร่างกายมนุษย์ คือการปรับจูนคลื่นความถี่ของสองพลังงานเข้าด้วยกัน นั่นก็คือ ธรรมชาติ (พลังงานสูง) ตัวมนุษย์ (พลังงานที่รอการปรับจูน)

วิธีการก็ง่ายๆเลยค่ะ ไม่มีอุปกรณ์ ถอดรองเท้าบนพื้นหญ้า จะยืนเฉยๆฝึกหายใจ หรือเดินไปบนพื้นหญ้าเลยก็เเล้วเเต่สะดวกเเละความชอบ

ประโยชน์ของการ Earthing/ Grounding จากหลายๆเเหล่งมักให้ข้อมูลตรงกันว่า ช่วยทำให้นอนหลับง่ายขึ้น ลดอาการอักเสบ บำรุงหัวใจ ผ่อนคลายความเครียด ปรับสมดุลฮอร์โมน เเละทำให้อ่อนเยาว์กว่าวัยจ้า (ดูได้จากลิงค์ด้านล่างนี้เลย)

ซึ่งจากประสบการณ์ที่เคยทำ มันดีจริงๆนะอย่างเเรกที่เรารู้สึกได้ คือความผ่อนคลายทันทีที่ได้สัมผัสความเย็นของหญ้า ความสดชื่น เเละการตื่นนอน(เพราะสะดุ้งด้วยความเย็น5555555)

ประโยชน์ถัดมาที่อ้อสังเกตุได้คือ เราได้เชื่อมต่อกับร่างกายของเราจริงๆ ซึ่งส่วนตัวคิดว่ามันมาจากการที่เรายืนลงไปเเน่นๆอย่างมั่งคง รวมถึงสภาพเเวดล้อมในสวนทำให้เรารู้สึกปลอดภัย จุดโฟกัสของเราจึงอยู่ที่ร่างกายเท่านั้น ซึ่งมันทำให้เรามีสติขึ้นมามาก เช่นเดียวกับการนั่งสมาธิ

IMG_8448นอกจากนี้ หลังจากทำไปสักพัก รู้สึกได้ว่าความเครียดที่เคยมีมันจะมีน้ำหนักเบาลง หายใจช้าลง ยาวขึ้น อารมณ์ดีขึ้น (ซึ่งมันมีคำอธิบายทางวิทย์เยอะเเยะมากมายเกี่ยวกับการไหลเวียนเเละถ่ายโอนพลังงานของกระเเสไฟฟ้า อันนี้ขอให้เพื่อนๆไปศึกษากันเอง)

จริงๆเเล้วมันเหมือนกับการ ย้อนกลับไปเป็นเด็ก จริงมั้ย?

เวลาเป็นเด็ก เราวิ่งเล่นบนพื้นหญ้า รองเท้าก็ไม่ใส่ จะวิ่งไปไหนก็เป็นอิสระ การเดินเท้าเปล่านี่ก็เหมือนกัน ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนวัยเลยจริงๆ

IMG_8447

ไม่ว่าประสบการณ์ใดๆก็ตาม หากมันทำให้เราอยากกลับไปมีประสบการณ์เเบบนั้นอีก มันน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ให้พลังบวกเราได้มากสุดๆเลย เเล้วการเดินเท้าเปล่าบนพื้นหญ้าเขียวๆ ก็เป็นหนึ่งในนั้นจริงๆ 🙂


เเจกเมนูยำสลัดยกสวน สลัดเเซ๊บๆเเบบไทยๆ

เพิ่งคิดขึ้นมาได้ว่า❗️

💁🏻บางทีเเจกเมนูอาหาร
ก็เเปะสูตรไว้ในภาพเลยน่าจะดีกว่า

เพราะเวลาใครอยากทำตาม
ก็จะได้เซฟรูปไปรูปเดียวเลย…ง่ายดี

😄😆ไม่ต้องทั้งเซฟรูปเเละเเคปหน้าจอวิธีทำเปลืองเมมโมรี่อีก55555555

🎉วันนี้เลยประเดิม
เเจกสูตรอาหารเย็นรสเเซ๊บ
เพื่อไม่ให้สลัดมันน่าเบื่อ
ก็จับยำซะเลย

ยำสลัดยกสวน

อิอิ น่ากินมั้ยเอ่ยยยยย

 

เพราะฉะนั้นเวลาอ้อพูดถึงสลัด
อย่านึกถึงอาหารจานเขียวๆมีผักเยอะนะคะ555
เอาเเบบนี้ดีกว่า

👉🏻ตั้งชื่อว่า “ยำสลัดยกสวน” น่าจะดี

#กินข้าวกันค่าาาาา

อ้อ 🙂