บทสัมภาษณ์…ที่จะทำให้คุณอยากลุกไปออกกำลังกาย! กับ จ๋อมเเจ๋ม สุพัฒชา สาวมั่น ผู้รักหลงการออกกำลังกาย

 

วันนี้ มาฟังเรื่องราวให้เเรงบันดาลใจกันเถอะค่ะ

อ้อขอเเนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ “จ๋อมเเจ๋ม สุพัฒชา เครือคำ”

สาวมั่น คิดบวก ผู้รักการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ

ที่เธอเล่าให้อ้อฟังว่า 2 ปีที่ผ่านมา การออกกำลังกาย

เเละการเปลี่ยนเเปลงตัวเอง ทำให้ชีวิตของเธอดีขึ้น ทั้งสุขภาพดี หุ่นดี

เเละจะไม่มีวันหยุด เดินทางสู่สายเฮ้ลท์!!

(นั่นไง บอกเเล้วว่าชีวิตเปลี่ยนทุกคน ถ้าได้ลองหันมาดูเเลตัวเอง อิอิ)

——-

จ๋อมเเจ๋ม มีวิธีดูเเลตัวเองอย่างไรเเละอะไร??? คือจุดเปลี่ยนของเธอ

ไปอ่านเรื่องราวของเธอกันดีกว่าค่ะ 🙂

cats

” สวัสดีค่ะ ชื่อจ๋อมแจ๋มนะคะ

เกริ่นก่อนว่าเมื่อก่อนไม่ชอบออกกำลังกาย

หรือดูแลตัวเองเลย แต่ตอนนี้

กลายเป็นคนชอบออกกำลังกายไปแล้วค่ะ

 

ตั้งแต่เริ่มจนถึงปัจจุบัน

ก็ออกมาได้เกือบสองปีแล้ว

ส่วนตัวจะมีปัญหาเรื่องน้ำหนักอยู่ 2 อย่าง

คือ น้ำหนักน้อยเกินไป และอ้วนเกินไป

ปัญหาแรกเป็นมาตั้งแต่เด็กๆนุ่นเลย

เพราะเมื่อก่อนทึกทักเอาเอง

ว่าเราเป็นคนอ้วนมาตลอด

ทั้งๆที่คนในครอบครัวและเพื่อน

ก็บอกว่าผอมมาก แต่เราไม่เชื่อ

เพราะเวลาก้มมองตัวเอง

เราจะรู้สึกว่า ผอมตรงไหนเหรอ

อ้วนขนาดนี้

 

ผลคือเราพยายามกินให้น้อยที่สุด

แถมออกกำลังกายน้อยครั้งมาก

เพราะแค่กินน้อยก็ผอมแล้ว

พอเห็นตัวเองในกระจกตอนนั้น

เราก็คิดนะว่าตัวเองหุ่นดี

หน้าท้องไม่มี แขนเรียว ขาเรียว

น้ำหนักแค่ 47 กิโล

และพอวันไหนน้ำหนักขึ้นมา 48

จะเป็นช่วงที่นอยด์มากเพราะคิดว่าตัวเองอ้วนละ

 

พอขึ้นมหาลัยช่วงปี 2

ปัญหาเรื่องผอมหมดไป

แต่ประเด็นเรื่องน้ำหนักเยอะเข้ามาแทน

เป็นช่วงที่อ้วนที่สุด

เพราะน้ำหนักพุ่งไปถึง 67

ตอนนั้นปิดเทอม

เลยตระเวนกินกับเพื่อนแบบหนักหน่วงมาก

มื้อดึกแค่ไหนก็ไป

ทีนี้เหนียงมา แก้มบวม พุงออก

แขนขาย้วย ทุกอย่างคือมาหมดเลย

 

ความคิดตอนนั้นคือไม่ได้ละ

ต้องออกกำลังกายและกินแต่อาหารคลีน

เน้นผัก ผลไม้ และงดทุกอย่างที่จะทำให้อ้วน

วิ่งทุกเย็น วิ่งนานมากเป็นชั่วโมงๆ

ผอมลง แต่…ร่างกายไม่มีความกระชับ

ผอมลงเหลือแต่กระดูก

และที่สำคัญไม่มีความสุขเลย

เพราะกินน้อยเกินไป

อันนี้ก็ต้องอด อันนี้ก็ต้องงด

ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบย่อยอาหาร

และระบบขับถ่ายอย่างแรง

 

นอกจากนั้นจ๋อมแจ๋มเป็นคนไม่ชอบวิ่ง

(ณ เวลานั้นไม่รู้จักวิธีลดความอ้วนแบบอื่นเลย

ไม่รู้จักการคาร์ดิโอหรือเล่นเวทใดๆทั้งสิ้น)

แต่ด้วยความอยากผอม

มันทำให้จิตเราสั่งการไปเองอัตโนมัติเลย

ว่าต้องวิ่ง วิ่งเท่านั้น!

 

จุดเปลี่ยนของการดูแลตัวเองเลย

มาจาก 3 ปัญหานี้

คือไม่มีความสุขในแต่ละมื้ออาหาร

การขับถ่ายที่ผิดปกติ และไม่ชอบวิ่ง

จึงทำให้หันมาสนใจวิธีการดูแลตัวเอง

ในแบบที่ทำให้ตัวเองมีความสุข

ไม่ต้องฝืนตัวเอง พอเริ่มหาข้อมูล

จึงได้รู้ว่าการออกกำลังกาย

มีหลากหลายรูปแบบมาก

และที่ทำให้เราสนใจมากที่สุด

คือการ Weight Training และการกินคลีน

แต่ไม่ต้องจ๋ามาก บอกตามตรงที่ผ่านมา

เราไปยิมเพราะมีความเชื่อแบบผิดๆมาตลอดว่า

การออกกำลังกายแบบนี้

จะทำให้มีกล้ามน่าเกลียด

และตัวจะใหญ่เหมือนผู้ชาย

มันเป็นความเชื่อที่ผิดมากกกก

เพราะกล้ามเนื้อผู้หญิงอย่างเราๆไม่ได้ขึ้นง่าย

และขนาดเป็นเรื่องที่เราควบคุมเองได้

จากการออกกำลังกายและการกิน

 

จึงตัดสินใจว่าฉันจะต้องฟิตและเฟิร์ม

ตัดภาพความผอมแต่เสียสุขภาพแบบที่เคยเป็นไปได้เลย

 

ไปยิมครั้งแรก เล่นทุกอย่าง

ไม่มีความรู้อะไรเลย

แต่คำกล่าวที่ว่า  

Practice makes perfect นี่จริง

เพราะตอนนี้เราก็เข้าใจ

และออกเองได้หมด

ทั้งบน Machine และใช้ร่างกาย (Body weight)

โดยไม่ต้องมีเทรนเนอร์ส่วนตัว

 

เรารู้สึกว่าการมีคนมาเทรนให้

จะเป็นการบังคับ ตัวเองมากเกินไป

เราจะทำเท่าที่เราทำได้ก็พอแล้ว

ส่วนเรื่องการคาร์ดิโอ

เราเลิกวิ่ง หันมาปั่นจักรยาน

และเรียนเต้นซัลซ่าแทน

ซึ่งทำให้เราลืมการเผาผลาญไขมัน

ด้วยการวิ่งแบบน่าเบื่อไปเลย

 

ด้านอาหารการกิน

เราเป็นคนชอบกินบุฟเฟต์มาก

ถ้าจะให้หักดิบเลยก็ไม่ไหว

ก็มีกินบ้าง แต่มื้ออื่นๆจะเป็นมื้อที่มีประโยชน์จริงๆ

เน้นโปรตีนและผักผลไม้เป็นส่วนใหญ่

สิ่งที่เราชอบที่สุดของการกิน

จะเป็นช่วงเช้าที่ทำ Smoothie Bowl

และการดีท็อกซ์

ช่วงเช้าจะเป็นช่วงที่สดชื่นมาก

นอกจากจะดีต่อการสร้างกล้ามเนื้อแล้ว

การขับถ่ายคือดีขึ้นมาก

 

ทุกอย่างตอนนี้เป็นความสุข

ของการออกกำลังกายสำหรับเราเลยจริงๆ

เทคนิคง่ายๆส่วนตัวคือ

ออกกำลังกายให้พอเหมาะ

กินน้อยไม่ช่วย กินให้อิ่ม

เเต่ต้องอิ่มแบบมีประโยชน์

และพักผ่อนให้เพียงพอ

 

จ๋อมแจ๋มเชื่อว่า

ถ้าเราไม่ได้ต้องการมีรูปร่างที่ดี

เพื่อจะไปประกวดหรือแข่งกับใคร

ขอแค่มีสุขภาพที่ดี

และทุกอย่างเป็นไปตามแผน

ที่เราวางไว้ก็พอแล้ว ทำทุกอย่างเพื่อตัวเรา

ไม่ต้องทำเพื่อเอาไปวัดกับใคร เเค่นี้ก็มีความสุขมากๆเเล้ว”

-จ๋อมเเจ๋ม สุพัฒชา เครือคำ

Facebook: JomJam Supatcha


Self-love สร้างความสุขให้ชีวิตเเบบ Unlimited

Self-love คือการรักตัวเอง
เเต่เราเข้าใจ Self-love ได้ดีเเค่ไหนกัน?
เพราะถ้าเราเข้าใจมันอย่างเเท้จริง
ทำไมชีวิตเราถึงยังขึ้นๆลงๆ
ความสุขหายไปเเล้วกลับมายากจัง?
วันนี้ อ้อตั้งใจเอา10 กุญเเจสำคัญสร้าง Self-love มาฝาก
เพื่อให้ทุกคนสามารถเอาเทคนิคเหล่านี้
ไปสร้างความสุขในชีวิตคุณเเบบไม่รู้จบ!!
ที่จะเนรมิตทุกวันของคุณ
ให้เป็นวันพิเศษ
เเทบจะไม่ต้องลงมือลงเเรงอะไรเลย!
 
—–
1.เเคร์คนอื่นให้น้อยลง
สำหรับบางคนที่เป็น yesman หรือคนที่เเคร์คนอื่นมากๆ มักเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการคิดมากว่าคนนั้นจะคิดอย่างไร จะโอเคกับสิ่งที่เราทำไหม จะพอใจในสิ่งที่เรามอบให้รึเปล่า โอ้โห รู้ตัวอีกทีปาไปครึ่งชีวิตเเล้ว ยังไม่ได้ทำอะไรให้ตัวเองเลย
 
การโฟกัสที่ตัวเอง ไม่ใช่การเเสดงความเห็นเเก่ตัว การโฟกัสที่ตัวเอง คือการเติมพลังให้ตัวเองก่อนที่จะส่งพลังดีๆออกไปให้คนอื่น รู้จักปฎิเสธบ้าง ฟังความต้องการของตัวเองมาเป็นอันดับ 1 เเล้วจะรู้ว่าการวางกระเป๋าที่เต็มไปด้วยก้อนหินอันหนักอึ้งมันเป็นอย่างไร
 
2. หาเวลาอยู่คนเดียวเงียบๆอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง
ทฤษฎีอันนี้อ้อตั้งเอง(จากประสบการณ์ส่วนตัว555) เพราะการมีอยู่คนเดียวเงียบๆทำให้เรามีสติมากขึ้น ได้พักผ่อนกายพักผ่อนใจมากขึ้น ได้ปล่อยอารมณ์ อยากทำอะไรก็ทำ
 
มีงานวิจัยที่พบว่า คนส่วนใหญ่ มักมีปัญหาสุขภาพด้านร่างกายเเละจิตใจ เพราะไม่มีเวลาให้จิตใจได้พักผ่อนเลย สมองทำงานตลอด บางคนทำานหนัก บางคนเรียนหนัก ก่อให้เกิดความเครียดสะสม การอยู่เงียบๆคนเดียว จะช่วยทำให้เราผ่อนคลาย เเละเป็นอิสระมากขึ้นจากการที่ต้องอยู่ทามกลางผู้คนมากมายที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายได้
 
3.เลิกฟังเพลงที่มีข้อความด้านลบ
พลังของคำพูดมีมากมายมหาศาล หลายคนคงเคยเป็นที่ฟังเพลงเศร้าเเล้วน้ำตาไหลตามเพลง! จิตใต้สำนึกจะจดจำทุกสิ่งอย่างที่เราป้อนเข้าไป ส่งผลมาเป็นพฤติกรรมของเรา
 
ดังนั้น #จงระวังเพลงที่คุณฟังด้วย!
 
4.ขอบคุณตัวเองทุกวัน
พลังของGratitude หรือพลังของการสำนึกบุญคุณตัวเอง มีมากมายมหาศาล อย่าลืมว่าถ้าตัวเราเองไม่เคยขอบคุณตัวเอง มีเเต่ความคิดบั่นทอนว่าทำไมชั้นไม่ได้สิ่งนั้น ไม่ทำสิ่งนี้ เเล้วใครที่ไหนจะมาให้คุณค่ากับคุณหละ? เพราะเเม้เเต่คุณยังไม่ให้คุณค่ากับตัวเองเลย
 
5.ยิ้มบ่อยๆ
การยิ้มช่วยเติมพลังชีวิตทันที เพราะเมื่อเรายิ้มกล้ามเนื้อใบหน้าเราจะยกสูง ร่างมีการหลั่งฮอร์โมนเเห่งความสุขอัตโนมัติ ถ้าอยากหลอกล่อให้ร่างกายหลั่งสารเเห่งความสุขเยอะๆ อย่าลืมยิ้มบ่อยๆนะคะ !!!
 
6.เลือกคบเพื่อนดีๆ
ลองนึกภาพว่า หากคุณมีเพื่อนชอบนินทาคนอื่น เเรกๆคุณจะรู้สึกไม่ชอบเพื่อนของคุณเพราะคุณเป็นคนดี เเต่นานเข้าๆคุณเริ่มรู้สึกเคยชินเเละคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ที่ใครๆเค้าก็ทำกัน เผลอๆคุณก็ทำตามเพื่อนคุณอีก
 
เอ้ะ! เเล้วเเบบนี้ คุณยังจะชอบตัวเองอยู่รึเปล่า?
 
7.เรียนรู้วิธีพัฒนาตัวเองเสมอ
อยากสำเร็จด้านไหน ควรมีผู้ที่สามารถชี้เเนะเเนวทางด้านนั้นให้คุณได้ (มีไอดอลนั่นเอง) ศึกษาความสำเร็จของเขา เรียนรู้ไลฟ์สไตล์ วิธีคิดเเละวิธีปฏิบัติ เเล้วก็ก้อปปี้เเบบถอดฉบับ เอาให้มันรู้ไปเลยว่าถ้าทำตามเเล้วยังไม่เหมือนอีกมันจะเป็นยังไง
 
สมัยนี้เราเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ไวมาก อยากรู้อะไรก็เเค่ใส่คำตรงช่องค้นหา เเต่อย่าลืมว่าสิ่งไหนที่ไม่ได้ช่วยให้คุณไปสู่เป้าหมายชีวิต อย่าเสียเวลาไปกับมันเลย เพราะนอกจากคุณจะก้าวช้าเเล้ว คุณอาจเสียเวลา เสียเงิน เสียความรู้สึก ไปกับการรับข้อมูลข่าวสารที่คุณอาจไม่ต้องการเเต่รับมันมาเเบบไม่รู้ตัว
 
8.ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเอง
รู้หรือไม่ว่าการที่มีความรู้สึกเเต่ไม่เเสดงออก เป็นการกระทำที่ผิดมหันต์ เพราะจะเกิดการกดทับความรู้สึกที่รอวันระเบิดเเละเเน่นอนว่าไม่เป็นผลดีเเน่ๆ
 
การเเสดงออกความรู้สึก ทำให้เราไม่ต้องคอยใส่หน้ากากเข้าหาคนอื่น เราสามารถเป็นตัวเรา 100%ในทุกสถานการณ์ ไม่มีการกลับมาคิดเสียดายทีหลัง ไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นจะคิดยังไง เป็นตัวเอง100% ในเวอร์ชั่นที่ไม่ทำร้ายใครเขา
 
9.เล่นกับสุนัข/เด็กๆบ้าง
สองอย่างนี้เเหละที่จะเปลี่ยนหน้าบึ้งๆของคุณให้เป็นยิ้มเเป้นได้ทันที! สองอย่างนี้ คือสิ่งที่จะมาเตือนคุณว่า “เห้ย..ความสุขมันก็เเค่นี้ป้ะ ทำไมทำชีวิตให้มันยุ่งยากจัง”
children-817365_960_720
 
10. อ่อนโยนกับตัวเองให้มากๆ
สิ่งนี้สำคัญมาก เรามักโหดร้ายกับตัวเองโดยไม่รู้ตัว เช่น อยากลดน้ำหนัก ทำไมทำไม่ได้สักที (กินมากกว่าเดิมเพราะโมโหตัวเอง) หรือมักเกิดคำถามในหัวว่าทำไมตอนนั้นไม่ทำเเบบนั้น ทำไมตอนนี้ไม่ทำเเบบนี้ (เเล้วสร้างความเชื่อในหัวว่าเราไม่ดีพอ)
 
อย่าลืมว่าเวลาคนเราทำผิด เราไม่ต้องการให้ใครมาซ้ำเติม สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือใครสักคนที่เข้าใจเรา
 
ถามตัวเองสิว่า….
#พร้อมที่จะเป็นเพื่อนรักที่ดีที่สุด ให้กับตัวคุณเองหรือยัง???
 
อย่าลืมกดเเชร์ให้คนที่คุณรักเเละเพื่อนๆ
ที่คุณอยากเห็นเค้ามีความสุขในทุกๆวัน
 
#เพราะความสุข จะนำมาซึ่งสังคมที่มีความสุข
เเละสังคมนั้นต้องการคุณเเละคนรอบตัวคุณค่ะ 🙂
 
อ้อ Beyond The Fit
IMG_9542.JPG
 
 
 

หากคุณกำลังพบเจอกับสิ่งเหล่านี้…รู้หรือไม่ว่ากำลังละทิ้ง”ตัวตนที่เเท้จริง”

เวลาเราเป็นเด็ก…  นึกจะหัวเราะเมื่อไหร่ก็ได้ ดังเเค่ไหนก็ได้ จนผู้ใหญ่ทั้งบ้านต้องหยุดเเล้วหันมาหัวเราะตามเราเเล้วพุดว่า “น่ารักอะ”

children-817365_960_720

เวลาเราเป็นเด็ก… จะร้องไห้เมื่อไหร่ก็ได้ เจ็บก็ร้อง หิวก็เเสดงออก บางทีร้องจนพ่อกับเเม่ต้องตื่นมากลางดึก ก็ไม่มีใครดุเรา

เวลาเราเป็นเด็ก… เราเป็นตัวของตัวเอง 100% ปราศจากเงื่อนไขใดๆ….เเต่หลายปีผ่านไป ความเป็นตัวเองเริ่มสูญหายไป เราเริ่มมีตัวตนอันใหม่ที่เราสร้างขึ้น เพื่อเเสดงออกต่อโลกภายนอก(ในเเบบที่อาจจะไม่เหมือนกับความเป็นจริง) เพื่อเป็นส่วนหนึ่ง เพื่อการยอมรับ เพื่อความสุข(ที่ไม่ยืนยาว)

อย่างไรก็ตาม ความเป็นเด็กในที่นี้ ไม่ใช่ความเป้นเด็กที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เเต่เป็นความเป้นเด็กที่เต็มไปด้วยความซื่อตรง ความจริงเเท้ ความบริสุทธิ์ เเละอิสระ

ครูทางจิตวิญญาณหลายท่านกล่าวไว้ว่า….หากเราสับสน ว่าเเท้จริงเเล้วตัวตนของเราเป็นเเบบไหน ให้มองย้อนกลับไปเป็นเด็กว่าเราชอบอะไร ธรรมชาติของเราเป็นเเบบไหน เเล้วเราจะนึกออกว่าจริงๆเเล้ว

จักรวาลส่งเรามาเพื่อเติมเต็มอะไรที่ขาดไปบนโลกใบนี้ เพื่อสร้างสมดุล       

(ความเชื่อส่วนบุคคลของผู้เขียน)

ผลจากการที่เรากำลังสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองมีอะไรบ้าง?

1.รู้สึกเหนื่อยเเละเบื่อหน่ายกับสภาพความจริงที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องชีวิต ครอบครัว ความสัมพันธ์ ความฝัน ผู้คน สังคม ไม่มีเเรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต

2.รายล้อมไปด้วยผู้คนที่มีความคิดเห็นต่าง ไม่สนับสนุนในสิ่งที่เรารัก มีเเต่ความขัดเเย้ง มักเจอเเต่ผู้คนที่กดขี่ข่มเหงเราเสมอ

3.เเคร์ความรู้สึกคนอื่นจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ คิดเยอะ เป็นคนดีเเต่มักถูกลดคุณค่า

4.ทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ หรือมีพฤติกรรมที่ทำร้ายตัวเอง เช่น ติดสุรา ติดบุหรี่ ติดการพนัน เป็นต้น

5.นำเสนอเเต่เรื่องดีๆให้สังคมรับรู้ เก็บความยากลำบากของชีวิตไว้คนเดียว ทำให้เชื่อมต่อกับคนอื่นๆได้ยาก

6.ไม่สามารถเเสดงอารมณ์ที่รู้สึกจริงๆให้เเก่สังคม มักเออออห่อหมกไปกับทุกคน เลือกที่จะเงียบ เเทนที่จะเเสดงความคิดเห็นของตัวเองในที่สาธารณะ

jd-mason-262717

ใช่ สิ่งเหล่านี้มันทำให้เรารู้สึกอยากจะเปลี่ยนเเปลงนะ!!!!!

เเต่มันก็มีคำถามตามมาอีกว่า

1.เราจะเเสดงออกความเป้นตัวตนของเรา 100% ได้อย่างไร ในเมื่อเราอยู่ในสังคมใหญ่ เราต้องเคารพคนอื่นสิถึงจะถูก ? ไม่อยากทำให้คนอื่นรู้สึกอึดอัด เเละไม่พอใจอะ

2.อะไรคือลิมิท ที่จะบอกเราว่านี่คือสิ่งที่เราควรทำเเละไม่ควรทำ ถ้าเราคิดถึงเเต่ตัวเองเเล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราไม่ได้ตามใจตัวเองมากเกินไป

3.ทำอย่างไรถึงจะรายล้อมไปด้วยผู้คนที่เคารพเราเเละเชื่อในสิ่งที่เราเชื่อ จะเปลี่ยนงานเหรอ ยากอะ

4.กลัวการต้องถูกทิ้งอะ กลัวเพื่อนไม่คบ กลัวโดนมองว่าประหลาด

ผู้เขียนไม่มีคำตอบหรือวิธีเเก้ไขให้กับคำถามเหล่านี้…เพราะทุกคนต่างมีประสบการณ์ ความเชื่อเเละอะไรต่างๆอีกมากมายที่ไม่เหมือนกัน เพียงเเต่จะบอกว่า การเป็นตัวเอง100% ไม่เกี่ยวกับการทำให้คนอื่นรู้สึกไม่สบายใจ การเป็นตัวเอง100%ไม่ใช่ความก้าวร้าว การเเสดงออกอารมณ์อย่างรุนเเรง เเต่เป็นการซื่อสัตย์ เป็นเนื้อเเท้ ไม่มีหน้ากากให้ตัวเองนั่นเเหละ

ความเปลี่ยนเเปลง จะนำมาซึ่งความไม่สบายใจเสมอ เหมือนเช่นเวลาที่เราก้าวข้าม Comfort Zone นั่นเเหละ ผู้เขียนเองก็ยังต้องเจอกับบททดสอบอีกมากมาย ที่คอยมาทดสอบเรื่อยๆว่าตัวเองเป็นตัวเอง 100% หรือยัง ซึ่งบอกเลยว่า….ยังมีอีกเยอะเเยะที่ยังต้องการการเปลี่ยนเเปลง

ถ้าคุณเป็นตัวเอง 100% เเล้วดีใจด้วย… เพราะคุณจะเข้าถึงพลังชีวิตของคุณอย่างมาก คุณจะมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน เเละจะได้รับความเคารพในสิ่งที่คุณเป็น สิ่งที่ต้องระมัดระวังเพียงอย่างเดียวคือ อีโก้ (Ego) หรืออัตตา ที่อาจทำให้คุณก้าวลำเส้นของการเป็นเนื้อเเท้ของคุณ

สำหรับคนที่กำลังจะเปลี่ยนเเปลง…คุณจะพบกับความรู้สึกไม่สบายกายไม่สบายใจอีกมากมาย เเต่ขอให้มั่นใจว่า ทุกการเปลี่ยนเเปลงนำมาซึ่งผลลัพธ์อันหอมหวานเสมอ อย่าสูญเสียความเป็นตัวเอง เเละใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความกลัว ความไม่เคารพตัวเอง เเละความไม่ถูกเคารพจากผู้อื่น คุณมีคุณค่ามากกว่านั้น มากกว่าที่คุณมองเห็นในตัวเอง มากกว่าที่คุณให้คุณค่ากับตัวเอง

รักเสมอ:)

อ้อ

10.7.2017

 

 

 

 


อยากเริ่มดูเเลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติ?? ต้องอ่านบทความนี้!

ธรรมชาติบำบัดคืออะไร? ?
#วันนี้อ้อจะมาขยายความให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน
#เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด….
ในการเยียวยาตนเองของทุกคนค่ะ

cypresscreek

อ้อตั้งเพจนี้ขึ้นมา…มีจุดประสงค์หลัก
คืออยากให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญ
ของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
มีสุขภาพดี มีพลังในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ
โดยพื้นฐานของการ
1. กลับมาเข้าใจตนเอง รู้วิธีจัดการความเครียด
2. ฟังเสียงร่างกายของตนเอง
3. รักษาตนเองโดยไม่พึ่งสารเคมี
เเละเชื่อในพลังของธรรมชาติผู้สร้างเรามา
.
.
เพราะโรคทุกโรค
เกิดจากความไม่สมดุลของร่างกายเเละจิตใจ
(ไม่สามารถเเยกกันได้)
#ดังนั้น วิธีการรักษาเเนวธรรมชาติบำบัด
จึงเป็นการรักษาสมดุลของสองสิ่งนั่นเอง
.
.
ธรรมชาติบำบัดคืออะไร?
#มีหลายคำนิยามดังนี้ค่ะ
.
.
“ธรรมชาติบำบัด คือ ศิลปะแห่งการดำรงชีวิต”
“ธรรมชาติบำบัด คือ ศิลปะแห่งการเยียวยาร่างกาย
จิตใจ และจิตวิญญาณ โดยอาศัยการดำเนินชีวิต
อันสอดคล้อยกับธรรมชาติ”
“ธรรมชาติ บำบัด คือ การรักษากายและจิต
โดยใช้กระบวนการธรรมชาติ
และอาศัยสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว
เป็นปัจจัยเกื้อหนุนในกระบวนการรักษา
เช่น อาหาร อากาศ แสงแดด โคลน น้ำ เป็นต้น
ตั้งอยู่บนหลักการว่า กายและจิต
ที่อยู่ในสภาวะสมดุลมีศักยภาพ
และพลังในการจัดการโรคได้ทุกชนิด”
.
.
.
#กระบวนการรักษาตามวิธีธรรมชาติบำบัด
คือ การจัดระบบความเป็นอยู่ให้สอดคล้องกับธรรมชาติ
ช่วยเกื้อหนุนให้พลังธรรมชาติของกายและจิต
ได้ดูแลตนเองด้วยวิธีการต่างๆ เช่น
การปรับเปลี่ยนอาหาร การอดอาหาร การสวนทวาร
การล้างพิษ การอาบแดด การนวด เป็นต้น
เพื่อให้ธาตุทั้ง 5 ได้แก่
1.ดิน
2.น้ำ
3.ลม
4.ไฟ
5.พลังปราณ
มีความสมดุลอันนำไปสู่ร่างกาย
และจิตใจที่แข็งแรงยิ่งขึ้น
.
.
#ธรรมชาติบำบัด เป็นเรื่องที่ทุกคนเรียนรู้
และปฏิบัติได้ด้วยตนเอง
หากจะมองว่าเป็นเรื่องง่ายก็คงง่ายแสนง่าย
หากจะมองว่ายาก ก็นับว่ายากแสนเข็ญ
เพราะเป็นเรื่องการปรับเปลี่ยนอาหาร
ปรับเปลี่ยนวิถ๊ความเป็นอยู่ท่ามกลาง
กระแสสังคมในยุคโลกาภิวัตน์
ที่สิ่งยั่วยวนกิเลสมีอยู่เกลื่อนเมือง
คนที่จะเข้าสู่หนทางของธรรมชาติบำบัดได้
พลังใจจึงต้องมาก่อน “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว”
ร่างกายเป็นเพียงเครื่องมือที่ต้องทำงาน
จิตที่เข้มแข็งสามารถสั่งให้ร่างกายเยียวยา
รักษาตนเองได้ เชื่อมั่นในศักยภาพที่มีอยู่
#ไม่จำเป็นต้องฝากชีวิตไว้กับแพทย์
หรือโรงพยาบาลที่ไหนอีก เพราะมีแต่เราเท่านั้น
ที่รู้จักร่างกายของเราดีที่สุด 🙂
.
.
แม้จะเป็นเรื่องของการเยียวยาร่างกายและจิตใจ
แต่เป้าหมายที่แท้จริงของธรรมชาติบำบัด
#ไม่ใช่การรักษาโรค
.
หากเชิญชวนให้เรากลับมามีชีวิตอยู่
อย่างเรียบง่ายและเป็นสุข
ด้วยวิธีการที่สอดคล้องกับธรรมชาติ
นี่คือวิถีปฏิบัติที่ดีที่สุดและ ถูกต้องที่สุด
เพราะร่างกายมนุษย์คือธรรมชาติ
เมื่อเราแยกตัวออกจากธรรมชาติ
ปัญหาความไม่สอดคล้องสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ
ก็มักบังเกิดขึ้น กระทั่งนำไปสู่ความเจ็บป่วย
ทั้งในระดับปัจเจกและสังคมในที่สุด

hgwaxjfsvv

-ธรรมชาติบำบัดไม่ใช่เรื่องใหม่
เเต่เป็นการกลับไปสู่เบสิคของศิลปะในการใช้ชีวิต
เเบบง่ายๆเหมือนคนยุคก่อน-
#อย่ารอให้เป็นโรคค่อยรักษา
#ป้องกันดีกว่าจะเกิดผล
#สุขภาพดีคือดีจากภายใน
#สุขภาพดีชีวิตดี
#สุขภาพจิตดี…ชีวิตมีสุข

ติดตามบทความดีๆอื่นๆอีกมากมาย
เกี่ยวกับศิลปะการใช้ชีวิตได้ที่นี่
Beyond The Fit With Aor

_/\_ขอบคุณบทความดีๆจาก http://www.onsorn.com/forum/index.php?topic=15389.0;wap2


เชื่อไหม!? ใครๆก็ทำได้ กำจัดความเครียดภายใน 1 นาที!!

เชื่อไหม!? ใครๆก็ทำได้
กำจัดความเครียดภายใน 1 นาที

วันนี้อ้อเอาเทคนิคดีๆมาฝากกันค่ะ !


_______________________
“ความกังวลทั้งหลาย….ล้วนเกิดจากการที่คุณ…พยายามไปอยู่ที่อื่น…
จงอยู่กับปัจจุบัน…”

19989558_1224777077631294_2820417936407565095_n.jpg

#ความเครียด
#ความกังวล
เชื่อไหมคะ? มักเกิดจาก
การที่จิตใจ
จดจ่อกับเรื่องราว
อยู่2ประเภท คือ
1.เรื่องราวในอดีต
2.เรื่องราวในอนาคต

🍥เรื่องราวในอดีต
มักมาด้วยความทรงจำ
ทั้งดีทั้งร้าย
เรานึกถึง
เราคิดถึง
เราโทษคนอื่น
เราโทษตัวเอง
เราอยากเเก้ไขให้ดีกว่าเดิม

#เเต่หารู้ไม่ว่า
เรากำลังผลาญเวลาที่มีค่า
กำลังจดจ่อกับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง…..

#คุณอาจตั้งคำถาม
อดีต จะไม่มีจริงได้อย่างไร ?
ก็มันเคยเกิดขึ้นกับฉัน

#คำตอบ
เเล้วมันจะมีจริงได้อย่างไร?
ในเมื่อ ณ เวลาที่คุณอยู่
คุณใช้เวลาปัจจุบัน
ในการนึกถึงอดีต
วาดภาพในใจ
เเล้วทำราวกับว่า
อดีตมันมีจริง….
ทั้งๆที่จริง
คุณอยู่ ณ ขณะนั้น

#สิ่งที่เป็นก็คือ
คุณกำลังนั่งวาดภาพในใจต่างหาก….

2.เรื่องราวในอนาคต
คุณรึเปล่าที่วาดภาพตนเอง
นั่งอยู่ในบ้านที่สวยหรู
ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
มีบ้าน มีรถ มีเงิน
เรามักวาดฝันไว้อย่างดีเยี่ยม
เเต่พอทุกอย่างไม่เป็นอย่างใจ
เราเริ่มกลัว
เราเริ่มวิตกังวล
เราเริ่มคิด ว่าคนรอบข้าง
จะพูดถึงเรื่องนี้ว่าอย่างไร
#สุดท้าย
เราก็จะกลัว ว่าตนเองจะทำไม่ได้
เเละขาดความเชื่อมั่น
เเละศรัทธาไปในที่สุด

จริงๆเเล้วการวาดอนาคต
เป็นเรื่องที่ดี
เเต่การมีความคาดหวัง
ในชีวิตสูงเกินไป
มักนำพามาซึ่งความวิตกกังวล
อยู่เสมอ

#เพราะเวลาทั้งหมด
สูญเสียไปกับการคิดเรื่องอนาคต
เเทนที่จะเเก้ไข
ปัญหาที่เกิดขึ้นตรงหน้า

#อีกเเล้วซินะ
ที่เราทำเหมือนอนาคตมันมีอยู่จริง
เเต่ลืมไปว่า
ตอนเรานั่งคิดถึงอนาคต
#เรานั่งคิดอยู่ “ตอนนี้”

💁🏻วิธีกำจัดความเครียด
ง่ายนิดเดียว

1.เลิกสนใจอดีต โฟกัสที่ปัจจุบัน อย่าเสียเวลา ณ ขณะ คิดถึงสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง…

2.เลิกตั้งความหวังไว้สูงๆ เพราะเราไม่เคยรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิตบ้าง…. เอาเเต่พอดี
#ขนาดคนเป็นหมอยังป่วย
ไม่มีอะไรเเน่นอน

3.เลิกสนว่าคนอื่นจะคิดยังไง
เราต่างหากที่อยู่กับตัวเองทุกวินาที
💁🏻คนอื่นไม่มีผลอะไรกับเราขนาดนั้น…ถ้าเราไม่ปล่อยให้เขามี

4.อยู่กับปัจจุบัน
เหมือนจะง่าย
เเต่ลองคิดดีๆ
ว่าการอยู่กับปัจจุบันคืออะไร???

“Enjoy the present
And all the anxiety will go away.”
มีความสุขกับปัจจุบันกันเถอะ
.
.
.

อ้อ 🙂

#วันละ1คำคม
#livethemoment
#inspiration
#สุขภาพจิตดี
#สุขภาพดีจากภายใน

Cr. นักจิตวิทยา/นักโภชนาการ Ralph Smart

19989558_1224777077631294_2820417936407565095_n.jpg


พลังมหัศจรรย์ ของการขอบคุณตัวเองทุกๆเช้าหลังตื่นนอน

Tips เจ๋งๆ….ที่จะทำให้คุณมีความสุขทุกวันได้ง่ายๆ

 

IMG_6730

เชื่อหรือไม่ ?? การขอบคุณตัวเอง สามารถสร้างพลังบวกให้เราอย่างมหาศาลค่ะ 🙂

วิธีทำง่ายๆก็คือ….

เพียงเเค่ “นึกขอบคุณตัวเอง”ทุกๆเช้าตื่นนอนค่ะ

นอกจากจะเป็นการสร้างนิสัย
ของคนประสบความสำเร็จเเล้ว
ยังเป็นวิธีบอกรักตัวเอง
ที่น่ารักมากๆอีกวิธีนึงเลยนะ 🙂
.
เพียงเเค่นึกว่า……. ชีวิตของเรา มีคุณค่ามากมายต่อเราเองเเละผู้อื่น
ชีวิตของเรา มาถึงจุดนี้เพราะความอุตสาหะ มานะ
ชีวิตของเรา มีโอกาสดีๆเข้ามามากมาย
ชีวิตของเรา สุขสบายมากกว่าอีกหลายๆชีวิต
ชีวิตของเรา ได้สร้างสรรค์สิ่งดีๆเพื่อสังคม
ชีวิตของเรา จงมีพลังทำดีต่อไป
.
.
เเค่นึกขอบคุณตัวเองเช่นนี้ทุกๆเช้าก็มีความสุขเเล้ว
คิดดูซิคะถ้าเราทำเเบบนี้ทุกๆวัน
มันจะก่อให้เกิดผลดีขนาดไหน ?
.
การย้ำคิดเรื่องการรักตัวเอง หรือ Affirmation of self-love (ในทางจิตวิทยา) จะทำหน้าที่รีโปรเเกรมกระบวนการคิดของเราใหม่
ทำให้เรารู้สึกซาบซึ้งในคุณค่าขอชีวิตเรามากขึ้น
เเละส่งผลในทุกการกระทำของเราออกมาจากพลังบวก
พลังเเห่งความสุขที่เกิดจากการรีโปรเเกรมความคิด
.
.
สุดท้าย หากทำบ่อยๆก็จะกลายมาเป็นนิสัย
เป็นคนที่มีพลังบวกอยู่ตลอดเวลาเลยละคะ
.
.
อยากเป็นคนมีพลังบวกเยอะๆสิ่งเเรกก็ต้องรักเองให้เป็น
อยากเป็นคนมีพลังบวกเยอะๆต้องคิดบวกให้เป็นนิสัย
อยากเป็นคนมีพลังบวกเยอะๆต้องสดใสออกมาจากภายใน
อยากมีพลังบวกตลอดไป ต้องขอบคุณตัวเองทุกๆวัน

IMG_6767

อ้อ
#วันละ1คำคม
#สุขภาพดีคือสุขภาพที่ดีจากภายใน